ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการทะลัก
คลังกุมขมับขอใช้งบกลาง และเงินคงคลัง หลังค่ารักษาพยาบาลข้าราชการพุ่ง คาดปีงบ69 ทะลุแสนล้าน
สรุปสั้น
คลังกุมขมับขอใช้งบกลาง และเงินคงคลัง หลังค่ารักษาพยาบาลข้าราชการพุ่ง คาดปีงบ69 ทะลุแสนล้าน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการทะลัก (70%)
รายละเอียด
#งบประมาณค่ารักษาพยาบาล
#ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์
#การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย
ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการทะลัก
อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68
ยอดเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลข้าราชการเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ติดต่อกัน 5 ปี โดยมียอดรวมภาระงบประมาณส่วนเกินสูงถึง 68,000 ล้านบาท
ปีงบประมาณ 2569 มียอดเบิกจ่ายสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 94,273 ล้านบาท ซึ่งเกินวงเงินงบประมาณทั้งปีที่ตั้งไว้ 94,200 ล้านบาทไปแล้ว
ปัจจัยสำคัญมาจากจำนวนผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการกว่า 4.89 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีแนวโน้มป่วยเรื้อรังมากขึ้น
ต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อครั้งเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ การนำเข้าเวชภัณฑ์ และการใช้เทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและมีราคาสูง
กระทรวงการคลังต้องดึงงบกลางและเงินคงคลังมาใช้จ่ายทดแทนเพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไทยครองอันดับ 1 ของโลก ประชาชนชี้ "วิกฤตเศรษฐกิจ" ปิดโอกาสอนาคตให้คนรุ่นใหม่เติบโต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณาของบกลาง เพื่อเตรียมการรองรับค่ารักษาพยาบาลข้าราชการที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นวัยเข้าสู่ผู้สูงวัย บางปีที่งบกลางมีไม่เพียงพอ ก็ต้องขอใช้เงินคงคลังในการจ่ายแทน เช่นเดียวกับปีงบประมาณนี้ โดยกรมบัญชีกลาง ได้เปิดเผยสถิติการขอรับจัดสรรงบประมาณและผลการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและบุคคลในครอบครัว พบแนวโน้มมีรายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และมีความน่ากังวลว่านับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ยอดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มสูงเกินกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ถึง 5 ปีติดต่อกัน จนกลายเป็นภาระงบประมาณ
สำหรับสถิติการเบิกจ่าย 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขงบปี 2565 ตั้งไว้ 83,050 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริง 90,699 ล้านบาท เกินงบ 7,649 ล้านบาท ปีงบ 2566 ตั้งไว้ 76,000 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริง 96,507 ล้านบาท เกินงบ 7,649 ล้านบาท เกินงบ 20,507 ล้านบาท งบปี 2567 ตั้งไว้ 79,565 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริงทะลุ 100,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก ที่ 106,557 ล้านบาท เกินงบมากถึง 26,992 ล้านบาท
ส่วนสถิติงบปี 2568 ตั้งไว้ 93,800 ล้านบาท แต่เบิกจ่ายจริง 106,740 ล้านบาท เกินงบมากถึง 12,940 ล้านบาท ส่วนปีงบ 2569 ตั้งไว้ 94,200 ล้านบาท ล่าสุดยอดสะสม 9 เดือน เบิกจ่ายทะลุงบทั้งปีไปแล้วอยู่ที่ 94,273 ล้านบาท จึงคาดว่าเมื่อครบสิ้นปีงบประมาณยอดเบิกจ่ายจะพุ่งเกิน 100,000 ล้านบาท ทำลายสถิติเบิกจ่ายสูงสุดแน่นอน และเมื่อคิดยอดสะสมในรอบ 5 ปี พบว่ารัฐบาลมีภาระการคลังจากสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น และต้องใช้งบกลาง หรือเงินคงคลังไปชำระถึง 68,000 ล้านบาท สวนทางกับช่วงก่อนหน้านี้ที่การเบิกจ่ายจะต่ำกว่างบประมาณหรือใกล้เคียงกันมาตลอด
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้งบประมาณรักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักมาจากจำนวนผู้มีสิทธิในระบบสวัสดิการข้าราชการที่มีจำนวนมากถึง 4.89 ล้านคน ซึ่งโครงสร้างของผู้มีสิทธิเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้สัดส่วนของผู้ป่วยเรื้อรังและผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลถี่ขึ้นและมีระยะเวลานานขึ้น มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี
นอกจากปัจจัยด้านโครงสร้างประชากรแล้ว ค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มแพงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ รวมถึงการนำเข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ ก็เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการรักษาต่อครั้งสูงขึ้นอย่างมาก ตลอดจนวิทยาการทางการแพทย์ที่มีความเจริญก้าวหน้า ความฉ้อฉลมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการรักษาแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการยื้อชีวิตและดูแลผู้ป่วย
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ