กีฬา

เบื้องหลังครัว "เมนูอาหาร" ทีมชาตินอร์เวย์ ภารกิจดูแล "ฮาลันด์" ในฟุตบอลโลก 2026

ความยากของการจัดการเรื่องอาหารให้กับนักฟุตบอล โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลก ทีมเชฟที่อยู่หลังครัวเขาต้องทำงานอย่างไร

เบื้องหลังครัว "เมนูอาหาร" ทีมชาตินอร์เวย์ ภารกิจดูแล "ฮาลันด์" ในฟุตบอลโลก 2026
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ความยากของการจัดการเรื่องอาหารให้กับนักฟุตบอล โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลก ทีมเชฟที่อยู่หลังครัวเขาต้องทำงานอย่างไร

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เบื้องหลังครัว "เมนูอาหาร" ทีมชาตินอร์เวย์ ภารกิจดูแล "ฮาลันด์" ในฟุตบอลโลก 2026 (70%)

รายละเอียด

เบื้องหลังครัว "เมนูอาหาร" ทีมชาตินอร์เวย์ ภารกิจดูแล "ฮาลันด์" ในฟุตบอลโลก 2026

ความยากของการจัดการเรื่องอาหารให้กับนักฟุตบอล โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลก ทีมเชฟที่อยู่หลังครัวเขาต้องทำงานอย่างไร

การจัดการให้นักฟุตบอลที่บริโภคพลังงานวันละ 6,000 กิโลแคลอรี ต้องตรวจปัสสาวะเพื่อวัดระดับน้ำในร่างกาย และคำนวณสัดส่วนโปรตีนกับคาร์โบไฮเดรตทุกมื้ออย่างละเอียด และที่สำคัญคือทำให้นักเตะรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน ทั้งที่อยู่ห่างจากนอร์เวย์กว่า 7,000 กิโลเมตรก็ตาม

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิทยาศาสตร์การกีฬาล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่เครื่องทำวาฟเฟิลที่พวกเขานำข้ามมหาสมุทรมาด้วย

ฮาลันด์ ดาวยิงคนสำคัญของทีมชาตินอร์เวย์

ที่โรงแรม The Westin Copley Place ย่าน Back Bay เมืองบอสตัน ทีมเชฟสามคนของทีมชาตินอร์เวย์กำลังเตรียมมื้อเที่ยงก่อนเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับฝรั่งเศส โดยทีมเชฟต้องจัดเตรียมอาหาร 4 มื้อต่อวัน เพื่อรองรับทีมงาน และนักเตะ รวมกว่า  70 ชีวิต และหากนอร์เวย์ผ่านเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม นั่นหมายถึงภารกิจของคนที่อยู่ในครัวจะต้องกินเวลานานกว่า 54 วัน กับการเสิร์ฟอาหารมากกว่า 200 มื้อ

รายงานของ ดิ แอธเลติก เปิดเผยว่า หัวหน้าเชฟของทีมชาตินอร์เวย์ได้นำปลาแซลมอน ปลาชาร์อาร์กติก ปลาฮาลิบัต และปลาเทราต์ จากนอร์เวย์มาเกือบ 300 กิโลกรัม พร้อมด้วยชีสยาร์ลสแบร์ก 100 กิโลกรัม และชีสสีน้ำตาลแบบดั้งเดิมของนอร์เวย์อีก 80 กิโลกรัม โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินหาซื้อวัตถุดิบจากซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น

ประเทศนอร์เวย์ ปลาแซลมอนเปรียบดั่งวากิวแห่งท้องทะเลเลยทีเดียว

เหตุผลที่ทีมเชฟของทีมชาตินอร์เวย์ ต้องขนส่งวัตถุดิบจากบ้านเกิดมาไกลขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องความหรูหราแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะแซลมอนนอร์เวย์ได้รับการยกย่องว่าเป็นวากิวแห่งท้องทะเล และในฐานะประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลอันดับสองของโลก ซึ่งอุตสาหกรรมนี้สร้างรายได้คิดเป็นหนึ่งในสิบของระบบเศรษฐกิจประเทศ การจัดการระบบขนส่งวัตถุดิบจึงไม่ใช่ปัญหาอุปสรรคแต่อย่างใด

Christian Karlsson เชฟที่ทำงานร่วมกับทีมชาตินอร์เวย์มาตั้งแต่ปี 1998 เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมาว่า ในอดีตนักเตะต้องการเพียงเบอร์เกอร์ หรือพิซซ่า เท่านี้ก็พอใจแล้ว แต่ปัจจุบันพวกเขารู้ดีว่า ร่างกายคือเครื่องมือสำหรับอาชีพ จึงต้องดูแลโภชนาการอย่างจริงจัง

แพทริค แบร์ก กองกลางจากสโมสรโบโด/กลิมต์ ทีมชั้นนำจากลีกนอร์เวย์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ให้ความสำคัญเรื่องร่างกายอย่างมาก โดยเขาจะไม่รับประทานอาหารที่มีกลูเตน และแลคโตสอย่างเด็ดขาด เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อรับประทานอาหารรูปแบบใด

แน่นอนว่า กองหน้าอย่างเออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ ซึ่งเป็นผู้เล่นระดับโลกของทีมชาตินอร์เวย์ชุดนี้ นอกจากการใส่ใจเรื่องของเอกลักษณ์ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ใส่ใจสุขภาพอย่างมาก

สเต็กโทมาฮอว์ก จากการปรุงโดยฮาลันด์

ฮาลันด์ มีช่องยูทูบส่วนตัว ซึ่งเป็นช่องที่นำเสนอกิจวัตรประจำวันของนักฟุตบอลอาชีพ โดยเฉพาะนักเตะระดับโลกอย่างฮาลันด์ว่า เขาใช้ชีวิตอย่างไร กินแบบไหน ออกกำลังกายแบบใด โดยเฉพาะเรื่องของการกินอาหารวันละ 6,000 กิโลแคลอรี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เพราะนักกีฬาหลายคนก็ยอมรับว่า การกินอาหารถือเป็นเรื่องที่ยากกว่าการต้องลงไปแข่งกีฬานั้นจริงๆ เสียอีก

ท่ามกลางความเข้มงวดด้านโภชนาการ สิ่งที่ทีมเชฟให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือความคุ้นเคย Karlsson สังเกตว่านักเตะส่วนใหญ่ในทีมชุดนี้ใช้ชีวิต และประกอบอาชีพอยู่นอกประเทศนอร์เวย์มาตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นเมื่อพวกเขามารวมตัวกันในแคมป์ทีมชาติ บรรยากาศจึงควรให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านจริงๆ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับความทรงจำถึงอาหารที่ครอบครัวเคยทำให้รับประทาน

นี่คือเหตุผลที่ทีมเชฟตัดสินใจนำเครื่องทำวาฟเฟิลของตัวเองมาด้วย เพื่อทำวาฟเฟิลเสิร์ฟคู่กับชีสสีน้ำตาล โดยมีทั้งแยมราสเบอร์รี แยมสตรอว์เบอร์รี ซอสมะเขือเทศ คาเวียร์ยี่ห้อ Mills และนูกัตติ (Nugatti) ช็อกโกแลตสเปรดแบบนอร์เวย์

อย่างไรก็ตาม เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักเตะทีมชาตินอร์เวย์ กลับเป็นข้าวโอ๊ต ที่ใช้เวลาต้มนมนานหนึ่งชั่วโมง ราดด้วยกล้วย ถั่ว เบอร์รี น้ำผึ้ง อบเชย และน้ำตาล ซึ่งเป็นอาหารเช้าประจำแคมป์ที่ให้พลังงานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แม้แต่เครื่องดื่มอย่างกาแฟก็ต้องเป็นรสชาติที่คุ้นเคย ทีมงานได้นำเมล็ดกาแฟ และเครื่องชงกาแฟติดตัวมาด้วยถึง 4 เครื่อง เพราะกาแฟที่มีคุณภาพคือหนึ่งในสิ่งที่นักเตะยุคใหม่ต้องการ รวมถึงฮาลันด์ด้วย

การรับประทานอาหารร่วมกันวันละ 4 มื้อ ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือน อาจกลายเป็นกิจวัตรที่น่าเบื่อหากไม่มีการออกแบบที่ดี ทีมเชฟจึงเลือกจัดโต๊ะยาวแบบบุฟเฟต์แทนการเสิร์ฟอาหารจานเดียวที่เหมือนกันหมด เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง และเปิดโอกาสให้นักเตะวางสมาร์ทโฟน แล้วสนทนากับเพื่อนร่วมทีม

นักกีฬาก็ต้องมี cheat meal กันบ้าง

ทีมเชฟยังคงกำหนดให้มีหนึ่งวันต่อสัปดาห์เป็นชีตมีล (Cheat meal) หรือเมนูที่กินแบบผ่อนคลาย โดยเป็นอาหารในกลุ่มทาโก้ พิซซ่า หรือเบอร์เกอร์แบบโฮมเมด เพราะถ้าหากร่างกายกินแต่อาหารที่เน้นสุขภาพที่ดีมากเกินไป ชนิดที่เข้มงวด และเข้มข้น ก็อาจทำให้เกิดการเบื่อหน่าย การเปลี่ยนแปลงแบบเล็กๆ น้อยๆ ถือเป็นทางเลือกที่ดี

ที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงที่ทีมชาติสกอตแลนด์ยังไม่ตกรอบ พวกเขาก็พักที่โรงแรมเดียวกัน ทำให้การเสิร์ฟอาหารในบางครั้ง ทีมเชฟของทีมชาตินอร์เวย์ต้องระบุอย่างชัดเจนว่า อาหารที่จะต้องเสิร์ฟให้กับนักเตะของนอร์เวย์ เหมือนหรือแตกต่างจากความต้องการของเชฟของทีมชาติสกอตแลนด์อย่างไรบ้าง

แน่นอนว่า ทีมเชฟที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของนักเตะและโค้ชทีมชาตินอร์เวย์ พวกเขาอาจไม่ได้ไปแข่งขันในสนาม แต่ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ซูเปอร์สตาร์ของชาตินอร์เวย์ประสบความสำเร็จในการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดของโลกฟุตบอลในเวทีฟุตบอลโลก 2026

อ้างอิง: YouTube Erling Haaland , The Athletic

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus