สังคม

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก”

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีโทรหาน้องชายวัย 14 ปี รับสายบอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก” ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่าตัด ยอมรับครอบครัวพิจารณาอาจจะย้ายโรงเรียน

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีโทรหาน้องชายวัย 14 ปี รับสายบอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก” ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่าตัด ยอมรับครอบครัวพิจารณาอาจจะย้ายโรงเรียน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก” (70%)

รายละเอียด

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก”

กราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี

พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก” ขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่าตัด  ยอมรับครอบครัวพิจารณาอาจจะย้ายโรงเรียน

วันที่ 7 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุสะเทือนขวัญเด็ก ม.3 กราดยิงครูและนักเรียน ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ส่งผลให้มีครูและนักเรียนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ได้รับบาดเจ็บไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ

ทั้งนี้ นายอาร์ม พี่ชายของเด็กชาย อายุ 14 ปี เปิดเผยอาการของน้องชายล่าสุดที่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการผ่าตัดที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าว่า น้องชายนักเรียนชั้น ม.3

โดยในช่วงเกิดเหตุได้รับข้อความทักมาจากเพื่อนว่า เกิดเหตุยิงกันในโรงเรียนเก่า ซึ่งเป็นโรงเรียนที่น้องชายกำลังศึกษาอยู่ จึงรีบโทรศัพท์หาน้องด้วยความห่วงใย โดยน้องชายเป็นผู้รับสายด้วยตนเองและแจ้งว่า “โดนยิงไปแล้ว แค่นี้ก่อน หายใจไม่ออก”

ขณะที่พ่อของผู้บาดเจ็บระบุเสริมว่า น้องชายได้โทรหาพ่อเป็นคนแรกพร้อมบอกว่า “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก แต่ไม่เป็นไร ผมยังแข็งแรงอยู่” ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สำหรับอาการล่าสุด แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อผ่าตัดนำหัวกระสุนปืนออกจากบริเวณอกด้านซ้ายอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์มีความกังวลเป็นพิเศษเนื่องจากบาดแผลอยู่ใกล้ตำแหน่งเส้นเลือดใหญ่ และมีภาวะโดนยิงซ้ำ ส่งผลให้ต้องใช้ปริมาณเลือดในการผ่าตัดร่วมกับผู้ป่วยเคสอื่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดรับบริจาคเลือดชั่วคราวและจะเปิดรับอีกครั้งในวันจันทร์

ส่วนสภาพจิตใจของครอบครัวเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากแพทย์ให้ข้อมูล และได้มีโอกาสเฝ้ามองน้องชาย ซึ่งยังคงพอมีสติและตอบสนองผ่านสายตาได้

พี่ชายของผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่า น้องชายไม่เคยมีอริหรือมีเรื่องขัดแย้งกับใครในโรงเรียน ปกติหลังเลิกเรียนจะทำกิจกรรมซ้อมวงโยธวาทิตเป็นประจำ ส่วนครูแนะแนวที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เท่าที่เคยเรียนด้วยก็เป็นครูที่นิสัยดี ใจดี และไม่ใช่คนดุร้ายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พี่ชายของผู้บาดเจ็บได้ฝากถึงโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อยากให้ยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะการตรวจค้นกระเป๋านักเรียนอย่างเข้มงวดก่อนเข้าอาคารเรียน เนื่องจากในอดีตมักเน้นย้ำเพียงการตรวจค้นร่างกายเพื่อป้องกันสิ่งเสพติดหรือบุหรี่เท่านั้น แต่ไม่มีการตรวจกระเป๋าอย่างจริงจัง พร้อมยอมรับว่าครอบครัวอาจพิจารณาเรื่องการย้ายโรงเรียนให้น้องชายหลังรักษาตัวหายดี เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยในระยะยาว.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus