สังคม

เกณฑ์ใหม่ “บัตรคนจน” เมื่อลูกลดหย่อนภาษี พ่อแม่หมดสิทธิ์ ยุติธรรมหรือซ้ำเติม?

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที หลังกระทรวงการคลังคลอดเกณฑ์คัดกรอง "คนจนไม่จริง"

เกณฑ์ใหม่ “บัตรคนจน” เมื่อลูกลดหย่อนภาษี พ่อแม่หมดสิทธิ์ ยุติธรรมหรือซ้ำเติม?
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที หลังกระทรวงการคลังคลอดเกณฑ์คัดกรอง "คนจนไม่จริง"

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เกณฑ์ใหม่ “บัตรคนจน” เมื่อลูกลดหย่อนภาษี พ่อแม่หมดสิทธิ์ ยุติธรรมหรือซ้ำเติม? (70%)

รายละเอียด

การเปิดให้ลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ์ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที หลังกระทรวงการคลังคลอดเกณฑ์คัดกรอง "คนจนไม่จริง" ออกจากระบบ ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนาหูที่สุดก็คือ "บุคคลที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร จะถูกตัดสิทธิ์ทันที" เงื่อนไขนี้หมายความว่า หากลูกคนไหนยื่นลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) พ่อแม่รายนั้นจะไม่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาจากรัฐผ่านบัตรคนจนอีกต่อไป... เกิดคำถามตามมาในสังคมทันทีว่า เกณฑ์นี้ "เหมาะสมหรือไม่" และในแง่เม็ดเงิน แบบไหน "คุ้มค่ากว่ากัน" ระหว่างการให้ลูกลดหย่อนภาษี กับการให้พ่อแม่รับเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ?ลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่นี่ เปิดมุมมองความเหมาะสม รัฐมอง "ครอบครัวมีกำลังดูแล" vs ประชาชนมอง "รัฐผลักภาระ"ในประเด็นความเหมาะสม สามารถมองได้เป็น 2 ด้านที่สะท้อนแนวคิดต่างกันอย่างสิ้นเชิงมุมมองของรัฐ (การคัดกรองเชิงนโยบาย) รัฐบาลมองว่าเจตนารมณ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือการช่วยกลุ่มเปราะบางที่ไม่มีที่พึ่งอย่างแท้จริง การที่บุตรมีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีและประสงค์จะเลี้ยงดูพ่อแม่ (ตามเงื่อนไขทางภาษี) สะท้อนว่าโครงสร้างครอบครัวนั้นยังมีศักยภาพในการอุปการะกันเอง รัฐจึงต้องการดึงงบประมาณไปช่วยกลุ่มที่ขาดแคลนและไม่มีคนดูแลจริง ๆมุมมองของประชาชน (ความเป็นจริงในสังคม) หลายฝ่ายมองว่าเกณฑ์นี้ "ตึงเกินไป" เพราะลูกที่มีรายได้พ้นเกณฑ์เสียภาษีขั้นต่ำ (เช่น เงินเดือน 2-3 หมื่นบาท) ไม่ได้แปลว่าเป็นคนรวย การลดหย่อนภาษี 30,000 บาท เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อแบ่งเบาภาระคนชั้นกลาง การตัดสิทธิ์พ่อแม่จึงเหมือนเป็นการ "ลงโทษ" ลูกที่กตัญญูและพยายามดูแลพ่อแม่ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพสูงในปี 2569 เปรียบเทียบเม็ดเงิน ลดหย่อนภาษี VS บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ... แบบไหนคุ้มกว่า?เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาคำนวณเปรียบเทียบผลประโยชน์เป็นเม็ดเงินต่อปี (คิดฐานมูลค่าบัตรสวัสดิการเฉลี่ยประมาณ 300 - 500 บาท/เดือน รวมวงเงินส่วนลดต่าง ๆ ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ ประมาณ 4,000 - 6,000 บาทต่อปี) ตามกฎหมายสรรพากร ลูกสามารถนำพ่อแม่มาหักลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาทต่อคน แต่จำนวนเงินที่ลูก "ประหยัดภาษีได้จริง" จะขึ้นอยู่กับ ฐานภาษี ของลูก ดังนี้ ฐานภาษีของลูก(เงินได้สุทธิ)อัตราภาษีเงินภาษีที่ลูก"ประหยัดได้" (บาท/ปี)มูลค่าเงิน "บัตรสวัสดิการ" ของพ่อแม่ (บาท/ปี)สรุปความคุ้มค่าเชิงเม็ดเงินรายได้ไม่เกิน150,000 บาท0%0 บาทประมาณ 4,000 - 6,000 บาท❌ ไม่คุ้มอย่างยิ่ง: ลูกไม่ซึมซับประโยชน์ภาษีแต่พ่อแม่เสียสิทธิ์ฟรี150,001 - 300,000 บาท5%1,500 บาทประมาณ 4,000 - 6,000 บาท❌ ไม่คุ้ม: พ่อแม่รับบัตรสวัสดิการฯ ได้เงินมากกว่าลูกประหยัดภาษี300,001 - 500,000 บาท10%3,000 บาทประมาณ 4,000 - 6,000 บาท⚠️ ก้ำกึ่ง: เงินบัตรสวัสดิการยังอาจสูงกว่าเล็กน้อยหรือพอ ๆกัน500,001 - 750,000 บาท15%4,500 บาทประมาณ 4,000 - 6,000 บาท⚖️ สูสี: มูลค่าตัวเลขใกล้เคียงกันมาก750,001 - 1,000,000 บาทขึ้นไป20% - 35%6,000 - 10,500บาทประมาณ 4,000 - 6,000 บาทคุ้มค่า: ลูกประหยัดภาษีได้เม็ดเงินก้อนใหญ่กว่าเงินเยียวยาของรัฐ สรุปเชิงสถิติ หากลูกมีรายได้ปานกลางค่อนไปทางน้อย (ฐานภาษี 0% - 10%) การให้ "พ่อแม่คงสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" จะทำให้ครอบครัวได้รับเงินสุทธิรวมมากกว่า แต่ถ้าลูกเป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง (ฐานภาษี 20% ขึ้นไป) การเลือก "ลดหย่อนภาษี" จะสร้างความคุ้มค่าทางการเงินให้ครอบครัวได้มากกว่า บทสรุป ทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจคนชั้นกลางเกณฑ์ใหม่ของรัฐบาลในปี 2569 นี้ แม้จะช่วยอุดรอยรั่วของงบประมาณและคัดกรอง "คนจนไม่จริง" ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลายเป็นการบีบให้ครอบครัวชนชั้นกลางระดับล่างต้องเลือก... ระหว่างสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีของลูก กับ เงินยังชีพรายเดือนของพ่อแม่ผู้สูงอายุ สุดท้ายแล้วความคุ้มค่าอาจไม่ใช่แค่เรื่องของ "ตัวเลข" แต่อยู่ที่ว่า เงินก้อนไหนจะเข้าไปอยู่ในมือของคนที่จำเป็นต้องใช้และสร้างความอุ่นใจในการใช้ชีวิตได้มากกว่ากัน ซึ่งแต่ละครอบครัวจำเป็นต้องกางตัวเลขภาษีและหันหน้ามาคำนวณร่วมกันอย่างละเอียดก่อนสิ้นสุดเขตการยืนยันสิทธิ์ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus