สังคม

“หมอวรงค์” แนะนายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลา จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง

“หมอวรงค์” แนะรัฐบาล-นายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง ก่อนประชาชนจะหมดความอดทนและลงโทษรัฐบาล

“หมอวรงค์” แนะนายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลา จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“หมอวรงค์” แนะรัฐบาล-นายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง ก่อนประชาชนจะหมดความอดทนและลงโทษรัฐบาล

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“หมอวรงค์” แนะนายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลา จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง (70%)

รายละเอียด

“หมอวรงค์” แนะนายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลา จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง

“หมอวรงค์” แนะรัฐบาล-นายกฯ หยุดตอบโต้วาทกรรม มองทำให้ประเทศเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จี้เอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง ก่อนประชาชนจะหมดความอดทนและลงโทษรัฐบาล

วันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม  สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวถึงสาเหตุที่ช่วงนี้ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากเมื่อติดตามข่าวสารกลับพบแต่การสาดวาทกรรมใส่กัน ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลในฐานะผู้มีอำนาจปกครองประเทศ ควรวางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ

นายแพทย์วรงค์ ชี้ว่า แม้ฝ่ายค้านจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่รัฐบาลไม่ควรลงมาเปิดศึกปะทะวาทกรรมตอบโต้ไปมา เพราะการกระทำดังกล่าวมิได้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประชาชน สิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริงคือการที่รัฐบาลเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องและความเดือดร้อน ไม่ใช่การสร้างวาทกรรมตอบโต้กันไปวันๆ

นอกจากนี้ นายแพทย์วรงค์ ยังกล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของผู้นำประเทศ โดยระบุว่า คนเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ควรมองข้ามเวลาที่มีค่า และไม่ควรเอาเวลามานั่งทะเลาะหรือเปิดศึกวาทกรรมกับใคร แต่ต้องมุ่งมั่นกับการทำงานและลงมือแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาของกลุ่มคนยากจนราว 5 ล้านคน ที่กำลังรอคอยการช่วยเหลือและการคืนสิทธิ์

นายแพทย์วรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้วางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ หันมามุ่งมั่นแก้ปัญหาปากท้องและความเดือดร้อนของประชาชนอย่างจริงจังและซื่อสัตย์สุจริต ก่อนที่ประชาชนจะหมดความอดทนและลงโทษรัฐบาลในที่สุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus