สังคม

ปลากระป๋องไม่ตรงปก ผลตรวจพบเป็น "ปลานิล" อย. ชี้โทษหนัก คุกสูงสุด 10 ปี

"ศุภมาส" ลุยตรวจพื้นที่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค หลังพบเคส "ปลากระป๋องไม่ตรงปก" ขณะที่ผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ พบเป็น "ปลานิล"

ปลากระป๋องไม่ตรงปก ผลตรวจพบเป็น "ปลานิล" อย. ชี้โทษหนัก คุกสูงสุด 10 ปี
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"ศุภมาส" ลุยตรวจพื้นที่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค หลังพบเคส "ปลากระป๋องไม่ตรงปก" ขณะที่ผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ พบเป็น "ปลานิล"

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ผลตรวจพบเป็น "ปลานิล" อย. ชี้โทษหนัก คุกสูงสุด 10 ปี (70%)

รายละเอียด

ปลากระป๋องไม่ตรงปก ผลตรวจพบเป็น "ปลานิล" อย. ชี้โทษหนัก คุกสูงสุด 10 ปี

"ศุภมาส" ลุยตรวจพื้นที่สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค หลังพบเคส "ปลากระป๋องไม่ตรงปก"  ขณะที่ผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ พบเป็น  "ปลานิล"  ด้าน อย. ชี้โทษหนัก  "อาหารปลอม"  คุกสูงสุด 10 ปี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบและติดตามจากกรณีที่กระแสสังคมออนไลน์มีข้อกังวลเกี่ยวกับส่วนผสมปลากระป๋อง ที่มีการเปลี่ยนวัตถุดิบเป็นปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรล ตามที่ได้รับอนุญาตและแสดงบนฉลากสินค้า

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจต่อสิ่งที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แม้ในกรณีดังกล่าว ทางผู้ประกอบการจะมีการเยียวยาแก่ผู้เสียหายเบื้องต้นแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำ และคืนความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมีการตรวจสอบและติดตามข้อเท็จจริง เพื่อความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สินของผู้บริโภค

โดยก่อนหน้านี้ ทาง อย. และ สสจ.สมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานต้นเหตุ พบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) และพบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ปลาชนิดอื่น ไม่ตรงตามฉลากที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ ถือว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

ในนามของรัฐบาล ขอเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เราจะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรักษามาตรฐานดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้าหรือบริการดังกล่าว ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค

ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับความเสียหายจากการซื้อสินค้าหรือบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือร้องทุกข์ผ่านทางแอปพลิเคชัน OCPB connect และ เว็บไซต์ ocpb.go.th สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

ทางด้าน เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งระงับการผลิตและเก็บตัวอย่างส่งพิสูจน์สายพันธุ์ปลาที่กรมประมงเรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบโรงงานพบว่าสถานที่ผลิตไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อสุขอนามัย และที่สำคัญคือพบผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปลาชนิดอื่นจริงตามที่เป็นข่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการอายัดผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องที่เป็นข่าวและยี่ห้ออื่นที่พบทั้งหมด ณ สถานที่ผลิตจำนวน 12,760 กระป๋อง และที่พบ ณ สถานที่จำหน่ายจำนวน 250 กระป๋อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการใช้ปลาชนิดอื่นแทนปลาที่ได้รับอนุญาตและแจ้งบนฉลาก ถือเป็นการหลอกลวงและเข้าข่าย "อาหารปลอม" ตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท และฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท กรณีผลการตรวจสถานที่ผลิตอาหารไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท จึงขอเตือนผู้ผลิตทุกรายให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม การกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมอาหารไทย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมว่า นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เผยว่าทาง อย. ได้ส่งตัวอย่างมาให้ทางกรมประมงตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์แล้ว ซึ่งผลการตรวจพบว่าปลาดังกล่าวเป็นปลานิล ไม่ใช่ปลาหมอคางดำ ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus