สังคม

เริ่มกลับเป็นปกติ ผู้อพยพกว่า 60,000 คน ออกจากเมืองเซวตาเกือบหมดแล้ว

สถานการณ์ที่เมืองเซวตา ของสเปน เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากผู้อพยพกว่า 60,000 คน ที่ว่ายน้ำจากฝั่งโมร็อกโกอ้อมรั้วกันเข้าสู่ดินแดน ทยอยเดินทางกลับไปจนเกือบหมดแล้ว

เริ่มกลับเป็นปกติ ผู้อพยพกว่า 60,000 คน ออกจากเมืองเซวตาเกือบหมดแล้ว
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สถานการณ์ที่เมืองเซวตา ของสเปน เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากผู้อพยพกว่า 60,000 คน ที่ว่ายน้ำจากฝั่งโมร็อกโกอ้อมรั้วกันเข้าสู่ดินแดน ทยอยเดินทางกลับไปจนเกือบหมดแล้ว

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เริ่มกลับเป็นปกติ ผู้อพยพกว่า 60,000 คน ออกจากเมืองเซวตาเกือบหมดแล้ว (70%)

รายละเอียด

เริ่มกลับเป็นปกติ ผู้อพยพกว่า 60,000 คน ออกจากเมืองเซวตาเกือบหมดแล้ว

สถานการณ์ที่เมืองเซวตา ของสเปน เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากผู้อพยพกว่า 60,000 คน ที่ว่ายน้ำจากฝั่งโมร็อกโกอ้อมรั้วกันเข้าสู่ดินแดน ทยอยเดินทางกลับไปจนเกือบหมดแล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ของสเปนเปิดเผยว่า ผู้อพยพกว่า 60,000 คนที่แห่ว่ายน้ำและเดินทางมาจากโมร็อกโก เข้าสู่เมืองเซวตา ดินแดนส่วนแยกของสเปนในแอฟริกาเหนือ เดินทางออกจากพื้นที่เกือบทั้งหมดแล้ว ขณะที่หลายประเทศในสหภาพยุโรป (EU) เริ่มยกระดับการควบคุมชายแดน เพื่อรับมือการไหลทะลักของผู้อพยพ

นายฆวน เฆซุส บีบัส ประธานผู้บริหารเมืองปกครองตนเอง เซวตา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า มีการประเมินว่ามีผู้อพยพราว 60,000 คนเดินทางข้ามจากโมร็อกโกซึ่งเป็นประเทศใกล้เคียงเข้ามายังเซวตาภายในระยะเวลาไม่กี่วัน ทว่าในวันเสาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสเปนระบุว่า ผู้อพยพเกือบทั้งหมดได้เดินทางออกไปแล้ว

“สถานการณ์ได้คลี่คลายและกลับคืนสู่ภาวะเกือบปกติแล้ว” เฟร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีมหาดไทยของสเปนบอกกับผู้สื่อข่าว

ขณะที่สำนักข่าว AFP รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ หลังจากกลุ่มผู้อพยพต้องเร่ร่อนตามชายหาดและถนนหนทางในเมืองเซวตา หรือนอนบนพื้นทรายมาตลอดทั้งคืน วัยรุ่นบางส่วนได้หันกลับมากล่าวคำว่า “อาดิโอส” (ADIOS) หรือ “ลาก่อน” กับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะเดินทางข้ามชายแดนกลับไปยังโมร็อกโก

ในช่วงเช้าวันเสาร์ ภายใต้การเฝ้าระวังของทหารและตำรวจสเปน กลุ่มผู้อพยพวัยรุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ทยอยเดินทางข้ามชายแดนกลับไปยังโมร็อกโกอย่างต่อเนื่อง และหากมีใครตกค้างหรือใช้เวลาอยู่บนเส้นทางเลียบชายฝั่งนานเกินไป เจ้าหน้าที่ทหารจะเข้าควบคุมตัวและต้อนกลับออกไปทันที

ในการเดินทางเข้าสู่เมืองเซวตานั้น ผู้อพยพจำนวนมากใช้วิธีว่ายน้ำอ้อมเครื่องกีดขวางชายแดนขนาดเล็กที่ยื่นออกไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แล้ววกกลับเข้าสู่ดินแดนเซวตา โดยนายกรานเด-มาร์ลาสกา เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตระหว่างความพยายามดังกล่าวอย่างน้อย 67 ศพ

“พวกเราทุกคนแค่อยากไปยุโรปเพื่อทำงานและหาเลี้ยงชีพ แค่นั้นจริงๆ” ซูเลย์ โบดิอาน ผู้อพยพชาวเซเนกัลวัย 19 ปี บอกกับ AFP ที่ด้านนอกศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพในเซวตา ซึ่งมีผู้อพยพชาวแอฟริกาแถบใต้ทะเลทรายซาฮาราอีกหลายสิบคนกำลังรอการดำเนินการของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ การทะลักเข้ามาของผู้อพยพอย่างฉับพลันที่เมืองเซวตา สร้างความตื่นตระหนกและกลายเป็นวิกฤตทางการเมืองในยุโรป

ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 22 ประเทศได้ออกจดหมายเปิดผนึกร่วมกันเมื่อวันเสาร์ เรียกร้องให้รัฐมนตรีมหาดไทยจัดประชุมผ่านทางวิดีโอคอลล์อย่างเร่งด่วน เพื่อตกลงร่วมกันเรื่องการรับมือและการประสานงานอย่างรวดเร็ว เพื่อ “ป้องกันไม่ให้เกิดการข้ามชายแดนที่ไม่สามารถควบคุมได้อีก”

ก่อนหน้านี้ อิตาลีถึงขั้นสั่งระงับข้อตกลงเชงเกน (Schengen) กับสเปน ซึ่งเดิมเปิดให้เดินทางข้ามชายแดนได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์เป็นเวลาหนึ่งเดือน ขณะที่หลายประเทศในยุโรปก็เสนอว่า ควรระงับสถานะสมาชิกของสเปนในเขตเสรีเชงเกน แต่ในทางปฏิบัติแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เลย

นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ส่งจดหมายถึงประธานคณะกรรมาธิการยุโรปและประธานสภายุโรป โดยวิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองที่ “เห็นแก่ตัว” ของบางประเทศในสหภาพยุโรปอย่างรุนแรง

ส่วนนาง เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า EU ต้องการให้มีการถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาความยืดหยุ่นและการฟื้นตัวของยุโรปพร้อมชี้ให้เห็นว่า “ไม่มีผู้อพยพแม้แต่คนเดียวที่เดินทางไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสเปนหรือส่วนอื่นๆ ของสหภาพยุโรป” ในช่วงการทะลักดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus