สังคม

แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” คดีเครือข่ายเว็บพนัน

แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “นักการเมืองดัง” คดีเครือข่ายเว็บพนัน ลงพื้นที่ 10 จุด 4จังหวัด รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” คดีเครือข่ายเว็บพนัน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “นักการเมืองดัง” คดีเครือข่ายเว็บพนัน ลงพื้นที่ 10 จุด 4จังหวัด รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” คดีเครือข่ายเว็บพนัน (70%)

รายละเอียด

แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” คดีเครือข่ายเว็บพนัน

แกะรอย “ตัวบอส” เงินหมุนเวียนพันล้าน โยง “นักการเมืองดัง” คดีเครือข่ายเว็บพนัน ลงพื้นที่ 10 จุด 4จังหวัด รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท

สืบเนื่องจากปี 2566 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินของเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ คดีพิเศษที่ 5/2566 กรณีการสอบสวนเว็บพนันออนไลน์ “AK47MAX”ช่องทาง www.ak47max.com ซึ่งเป็นสำนวนคดีพิเศษเดิมของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เคยดำเนินการโดย กองคดียาเสพติด โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด จำนวน 36 ราย ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีได้จำนวน 24 ราย ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ขณะที่อีก 12 ราย ยังคงหลบหนี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ทั้งนี้ จากการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนประมาณ 39 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงกับ นายชนนพัฒฐ์ (สงวนนามสกุล) นักการเมืองรายหนึ่ง ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขยายผลการสืบสวนตามเส้นทางการเงินดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ พบว่า แม้จะถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังคงมีพฤติการณ์กระทำความผิด

ในลักษณะเดิมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยพบกระแสเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000ล้านบาท และมีผู้ต้องหารายเดิมที่กลับมากระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 5 ราย จึงแยกเป็นคดีพิเศษที่150/2568 และได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 25 ราย สำหรับกรณีของนายชนนพัฒฐ์ฯ ได้มีการยื่นขออนุมัติหมายจับเช่นกัน แต่ให้ออกเป็นหมายเรียกก่อน

ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับกองคดียาเสพติด ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 9 และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและติดตามกลุ่มบุคคลตามหมายจับ จำนวน 10 จุด ได้แก่ จังหวัดสงขลา 5 จุด จังหวัดปทุมธานี 1 จุด จังหวัดนนทบุรี 2 จุด และกรุงเทพมหานคร 2 จุด โดยการปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง การตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนที่สอง การตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และส่วนที่สาม การตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากคดีเดิมที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ นางสาวนิสารัตน์ (สงวนนามสกุล) ในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือจัดอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายรายการที่สามารถเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ฯ เช่น คลิปเสียงการสนทนา เป็นต้น นอกจากนี้ จากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายชนนพัฒฐ์ในจังหวัดสงขลา ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการตกแต่งบัญชีภาษี โดยมีการกล่าวถึง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus