สังคม

เฉลยชัด! หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้ไหม มีพิษอันตรายจริง หรือแค่ข่าวลือ

อย่าเพิ่งโยนทิ้ง! ไขคำตอบทางวิทยาศาสตร์ หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้มั้ย ชี้ชัดไม่มีสารพิษอันตรายเหมือนมันฝรั่ง แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นอีกด้วย

เฉลยชัด! หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้ไหม มีพิษอันตรายจริง หรือแค่ข่าวลือ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

อย่าเพิ่งโยนทิ้ง! ไขคำตอบทางวิทยาศาสตร์ หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้มั้ย ชี้ชัดไม่มีสารพิษอันตรายเหมือนมันฝรั่ง แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เฉลยชัด! หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้ไหม มีพิษอันตรายจริง หรือแค่ข่าวลือ (70%)

รายละเอียด

เฉลยชัด! หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้ไหม มีพิษอันตรายจริง หรือแค่ข่าวลือ

แม่บ้านพ่อบ้านหลายคนคงเคยเจอปัญหา ซื้อของสดมาตุนไว้ในห้องครัว แต่อากาศเมืองไทยที่ทั้งร้อนและชื้น ดันใจดีช่วยเร่งให้พืชผักเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว จนเกิดคำถามชวนสงสัยว่า หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว กินได้มั้ย หรือควรจะตัดใจโยนทิ้งถังขยะไปเลย เพราะกลัวว่าจะมีอันตรายต่อร่างกาย เหมือนกับ  "มันฝรั่ง"  ที่พอมีรากหรือตาเขียวๆ งอกออกมาแล้วจะกลายเป็นสารพิษโชลานีน

วันนี้เรามีคำตอบไขข้อข้องใจทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์มาฝาก เพื่อให้ทุกคนเข้าใจพฤติกรรมของพืชผักสวนครัวเหล่านี้อย่างถูกต้อง

สรุปชัดๆ หัวหอมและกระเทียมที่งอกแล้ว กินได้ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ไหม?

คำตอบคือ สามารถนำมารับประทานได้ตามปกติและไม่มีพิษใดๆ โครงสร้างทางชีวภาพของพืชตระกูลหอมและกระเทียมนั้น แตกต่างจากพืชตระกูลมันฝรั่งอย่างสิ้นเชิง เมื่อหัวหอมหรือกระเทียมเริ่มแทงยอดอ่อนสีเขียวออกมา มันเพียงแค่ดึงเอาสารอาหารและน้ำตาลที่สะสมไว้ในหัวมาใช้ในการเจริญเติบโตเท่านั้น ไม่ได้สร้างสารพิษใดๆ ออกมาสู่มนุษย์ ทว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนไปเมื่อหัวหอมและกระเทียมงอก มีดังนี้

รสชาติและเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป  เนื้อของหัวหอมและกลีบกระเทียมจะเริ่มฝ่อลง น้ำหนักเบาขึ้น และมีความกระด้าง รวมถึงรสชาติความหวานตามธรรมชาติจะลดลง และมีรสขมเล็กน้อยแทรกเข้ามา กลิ่นฉุนลดลง  เนื่องจากสารระเหยในหัวถูกนำไปเลี้ยงต้นอ่อน ทำให้ความเผ็ดร้อนและความฉุนที่เคยมีลดน้อยลงไป

ประโยชน์คาดไม่ถึงของ "กระเทียมงอก"

ข้อมูลจากการวิจัยด้านเคมีอาหาร พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า กระเทียมที่งอกออกมาราวๆ 5 วัน จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่ากระเทียมสดที่ยังไม่งอกเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากพืชกำลังอยู่ในช่วงเร่งสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อเติบโตเป็นต้นใหม่ ดังนั้น ต้นอ่อนสีเขียวของกระเทียมจึงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ และสามารถหั่นรวมไปกับการทำอาหารได้เลย หรือถ้าหากใครไม่ชอบรสสัมผัส ก็เพียงแค่ใช้มีดผ่าครึ่งกลีบกระเทียมแล้วดึงแกนสีเขียวตรงกลางออกเท่านี้ก็เรียบร้อย

วิธีจัดการหัวหอมและกระเทียมที่งอกแล้ว

นำไปประกอบอาหารตามปกติ นำมาสับ ผัด หรือต้มซุปได้ปกติ เพียงแต่หลีกเลี่ยงการทานสดหากคุณไม่ชอบรสชาติที่ขมขึ้นเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นผักสวนครัว หากยอดอ่อนยาวเกินกว่าจะกินให้อร่อย ให้นำหัวหอมหรือกระเทียมเหล่านั้นไปฝังลงในดินร่วน ต้นอ่อนจะเจริญเติบโตขึ้นมาเป็น "ต้นหอม" และ "ต้นกระเทียม" ให้เราเด็ดใบเขียวๆ มาใส่ไข่เจียวหรือโรยหน้าข้าวต้มได้ เป็นการประหยัดงบในครัวไปในตัว

ข้อควรระวัง  แม้ว่างอกแล้วจะไม่เป็นพิษ แต่ต้องสังเกตเพิ่มเติมด้วยว่า หัวหอมหรือกระเทียมนั้นมี "เชื้อราสีดำหรือเน่าเปื่อย"  ด้วยหรือไม่ หากมีคราบราดำหรือเนื้อนิ่มเละ มีกลิ่นเหม็นเน่า อันเกิดจากการเก็บรักษาในที่อับชื้น แบบนั้นควรทิ้งทันทีเพราะสปอร์ของเชื้อราต่างหากที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สรุปชัด  หัวหอม กระเทียม งอกแล้ว คือทานได้ปลอดภัย ไม่ต้องตื่นตระหนก และไม่ต้องทิ้งให้เสียของ เพียงแต่รสชาติและเนื้อสัมผัสอาจจะดร็อปลงไปบ้างตามธรรมชาติ แต่ถ้าหากดูแลรักษาความสะอาด ไม่มีเชื้อราปนเปื้อน ของในครัวชิ้นนี้ก็ยังนำมารังสรรค์เมนูอร่อยๆ ให้คุณได้แน่นอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus