สังคม

วิธีทำความสะอาด "เบาะที่นอนขึ้นรา" เคล็ดลับกำจัดเชื้อรา ลดภูมิแพ้ เซฟปอดทั้งบ้าน!

ที่นอนสีชมพูขึ้นรา ทำยังไง? รวมวิธีทำความสะอาดเชื้อราบนที่นอนแบบถูกวิธี พร้อมสาเหตุ วิธีป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมา และคำแนะนำว่าเมื่อไรควรเปลี่ยนที่นอนใหม่

วิธีทำความสะอาด "เบาะที่นอนขึ้นรา" เคล็ดลับกำจัดเชื้อรา ลดภูมิแพ้ เซฟปอดทั้งบ้าน!
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ที่นอนสีชมพูขึ้นรา ทำยังไง? รวมวิธีทำความสะอาดเชื้อราบนที่นอนแบบถูกวิธี พร้อมสาเหตุ วิธีป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมา และคำแนะนำว่าเมื่อไรควรเปลี่ยนที่นอนใหม่

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

วิธีทำความสะอาด "เบาะที่นอนขึ้นรา" เคล็ดลับกำจัดเชื้อรา ลดภูมิแพ้ เซฟปอดทั้งบ้าน! (70%)

รายละเอียด

วิธีทำความสะอาด "เบาะที่นอนขึ้นรา" เคล็ดลับกำจัดเชื้อรา ลดภูมิแพ้ เซฟปอดทั้งบ้าน!

เบาะที่นอนขึ้นรา เป็นปัญหาที่หลายคนอาจเคยเจอ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหรือบ้านที่มีความชื้นสูง นอกจากจะทำให้เกิดคราบดำและกลิ่นอับแล้ว เชื้อรายังอาจกระทบต่อสุขภาพ ทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ หรือกระตุ้นโรคภูมิแพ้ได้

หากพบว่า “ เบาะที่นอน ” เริ่มมีเชื้อรา ไม่จำเป็นต้องรีบทิ้งเสมอไป เพราะหากเป็นในระยะเริ่มต้น ยังสามารถทำความสะอาดได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง พร้อมดูแลไม่ให้เชื้อรากลับมาอีก ไทยรัฐมีวิธีทำความสะอาดที่นอนขึ้นรามาฝากกัน

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมสำหรับทำความสะอาด “เบาะที่นอน”

ก่อนเริ่มทำความสะอาด ควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ได้แก่

เครื่องดูดฝุ่น ผ้าสะอาดหรือฟองน้ำ ขวดสเปรย์ เบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชูชนิดไม่ผสมน้ำ (หรือใช้แอลกอฮอล์ 70% ผสมน้ำอุ่นในอัตรา 1:1) หน้ากากอนามัยและถุงมือยาง เพื่อป้องกันการสัมผัสสปอร์เชื้อรา

วิธีทำความสะอาดเบาะที่นอนขึ้นรา ขจัดเชื้อราอย่างถูกวิธี

1. สวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนเริ่มงาน

สวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง จากนั้นเปิดประตูและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท เพื่อลดการฟุ้งกระจายของสปอร์เชื้อราในห้อง

ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นสำหรับที่นอน เพื่อกำจัดสปอร์เชื้อราบริเวณผิวที่นอน รวมถึงตามตะเข็บและซอกต่างๆ ก่อนเริ่มทำความสะอาด (หากไม่มีเครื่องดูดฝุ่น บางคนใช้วิธีเคาะฝุ่นกลางแจ้ง)

3. ฉีดน้ำยากำจัดเชื้อรา

ฉีดน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์ลงบนบริเวณที่มีเชื้อรา โดยฉีดเพียงให้ชื้นเล็กน้อย ไม่ควรให้เปียกโชก เพราะความชื้นที่สะสมอาจทำให้เชื้อรากลับมาได้อีก จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ บิดให้แห้งที่สุด แล้วเช็ดบริเวณที่เป็นเชื้อราอย่างเบามือ จนกว่าคราบจะค่อยๆ จางลง

หลังเช็ดทำความสะอาดแล้ว โรยเบกกิ้งโซดาทับบริเวณดังกล่าว ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือข้ามคืน เพื่อช่วยดูดซับความชื้นและลดกลิ่นอับ

6. ดูดผงเบกกิ้งโซดาออก

ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผงเบกกิ้งโซดาออกให้หมด เพื่อให้ที่นอนกลับมาสะอาด

7. ตากแดดให้แห้งสนิท

หากสามารถเคลื่อนย้ายได้ ควรนำที่นอนไปตากแดดจัดประมาณครึ่งวัน เพราะแสงแดดช่วยลดความชื้นและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ดี แต่หากย้ายไม่ได้ ให้เปิดหน้าต่างรับแสง พร้อมใช้พัดลมหรือเครื่องเป่าลมช่วยจนที่นอนแห้งสนิท

วิธีป้องกันไม่ให้เบาะที่นอนขึ้นรา ปลอดภัยต่อสุขภาพ

แม้จะทำความสะอาดจนหมดแล้ว แต่หากยังมีความชื้นสะสม เชื้อราก็สามารถกลับมาได้ ดังนั้นควรดูแลที่นอนอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเททุกวัน เพื่อลดความชื้นภายในห้อง หากมีน้ำหกหรือที่นอนเปียก ควรรีบซับและทำให้แห้งทันที ใช้ผ้ารองกันเปื้อนหรือผ้ารองที่นอนแบบกันน้ำ เพื่อป้องกันเหงื่อและของเหลวซึมลงสู่เบาะ ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พลิกหรือหมุนที่นอนทุก 3-6 เดือน เพื่อช่วยระบายอากาศและยืดอายุการใช้งาน

เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยน “เบาะที่นอนใหม่”

หากเชื้อรากระจายเป็นวงกว้าง ฝังลึกเข้าไปในเนื้อที่นอน หรือทำความสะอาดแล้วกลิ่นอับและคราบยังไม่หาย รวมถึงคนในบ้านมีอาการภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ การเปลี่ยนที่นอนใหม่อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะเชื้อราที่แทรกอยู่ภายในวัสดุของที่นอนอาจกำจัดได้ไม่หมด และยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

วิธีเก็บ "ฝากระติกน้ำ" "ไม่ต้องวางบนพื้น" แชร์ทริกง่ายๆ "ฝากระติกไม่เปื้อนฝุ่น" ทำตามได้เลย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus