สังคม

สหรัฐฯ ครบ 250 ปี ทรัมป์เตือนการโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน

สหรัฐอเมริกามีอายุครบ 250 ปีแล้ว ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ครั้งใหญ่ หลังจากเตือนว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน

สหรัฐฯ ครบ 250 ปี ทรัมป์เตือนการโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สหรัฐอเมริกามีอายุครบ 250 ปีแล้ว ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ครั้งใหญ่ หลังจากเตือนว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สหรัฐฯ ครบ 250 ปี ทรัมป์เตือนการโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน (70%)

รายละเอียด

สหรัฐฯ ครบ 250 ปี ทรัมป์เตือนการโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน

สหรัฐอเมริกามีอายุครบ 250 ปีแล้ว ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ครั้งใหญ่ หลังจากเตือนว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีความพยายามโจมตี “อัตลักษณ์” ความเป็นอเมริกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหรัฐอเมริกามีอายุครบ 250 ปีแล้วในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. 2569 ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาแห่งความแตกแยกอย่างลึกซึ้งภายในชาติ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามใช้พื้นที่ฉลองเทศกาลนี้ให้เป็นเวทีหลักของตนเอง

วันครบรอบการประกาศอิสรภาพนี้ยังมีขึ้นท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรง ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันราว 160 ล้านคนตกอยู่ภายใต้การแจ้งเตือนภัยความร้อนขั้นรุนแรงหรือขั้นวิกฤต ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการจัดขบวนพาเหรดและงานปาร์ตี้ริมถนนที่วางแผนไว้ในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ทว่าอุณหภูมิที่ร้อนระอุไม่อาจขัดขวางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ โดยในเย็นวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) เขาจะจัดงานชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่ลาน “เนชันแนล มอลล์” (National Mall) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมด้วยการบินโชว์ของฝูงบินทหาร และงานแสดงพลุดอกไม้ไฟที่นายทรัมป์ประกาศว่าจะยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

“ข้างนอกนั่นจะร้อนประมาณ 107 องศาฟาเรนไฮต์ (41 องศาเซลเซียส) และผมจะไปที่นั่นเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ที่ยาวมาก ๆ แค่เพื่อพิสูจน์ว่าผมสามารถทำอะไรก็ได้” ทรัมป์กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเดินทางไปเยือนอนุสรณ์สถานแห่งชาติภูเขารัชมอร์ (Mount Rushmore) เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้ารูปสลักใบหน้าหินแกรนิตขนาดมหึมาของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เป็นตำนานทั้ง 4 คนได้แก่ จอร์จ วอชิงตัน, โทมัส เจฟเฟอร์สัน, อับราฮัม ลินคอล์น และ ธีโอดอร์ รูสเวลต์

ทรัมป์กล่าวชื่นชมความเป็นเลิศของอเมริกาและสรรเสริญอดีตผู้นำของประเทศ แต่เขาเตือนด้วยว่า อัตลักษณ์ความเป็นอเมริกันกำลัง “ถูกโจมตีครั้งใหม่” โดยเขาชี้ไปที่ “กลุ่มหัวรุนแรงและกลุ่มสุดโต่ง” ภายในประเทศ และกล่าวหาว่ากำลังเกิด “การฟื้นตัวของภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ในดินแดนของสหรัฐฯ”

ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ทรัมป์หยิบยกขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่กลุ่มซ้ายจัดของพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary) ของสหรัฐฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

ประธานาธิบดีตราหน้าการก้าวขึ้นมาของฝ่ายซ้ายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนว่าเป็นพวก “คอมมิวนิสต์” ที่กำลังอาละวาด และกำลังสร้าง “ภัยคุกคาม” ครั้งใหญ่ต่อประเทศ

ทรัมป์อ้างด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความพยายามที่จะ “ทุบทำลายจิตวิญญาณความเป็นอเมริกันให้ออกไปจากพวกเรา และทำให้พวกเราแปลกแยกจากประวัติศาสตร์ของตัวเอง”

แม้ว่าถ้อยคำของเขาจะไม่รุนแรงเท่ากับวาทกรรมต่อต้านผู้อพยพที่เขาเคยใช้ในสุนทรพจน์ครั้งก่อน ๆ แต่สาระสำคัญที่แฝงอยู่ระบุไว้อย่างชัดเจน “คุณไม่จำเป็นต้องเกิดที่นี่ แต่คุณจำเป็นต้องรักในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา” เขากล่าว

สำหรับชาวอเมริกัน การเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีนี้ เป็นทั้งช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและเป็นโอกาสในการทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมา

หลังจากผ่านพ้นความสำเร็จและความสูญเสีย ทาสและอิสรภาพ สงครามกลางเมืองและสงครามโลกมานานถึงสองศตวรรษครึ่ง ผลสำรวจความเห็นหลายสำนักระบุว่า คนในชาติกำลังมีความคิดเห็นที่แตกแยกเกี่ยวกับสถานะของประเทศในปัจจุบันและทิศทางที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต

ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัย ควินนิเพียก (Quinnipiac) เผยว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 61 คิดว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ดำเนินไปตามอุดมคติที่ระบุไว้ในคำประกาศอิสรภาพ ถึงกระนั้น ความคิดเห็นในประเด็นนี้ก็ยังคงแตกแยก โดยพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่คิดว่าประเทศทำได้ตามอุดมคติแล้ว ขณะที่พรรคเดโมแครตส่วนใหญ่คิดว่ายังไม่เป็นเช่นนั้น

“มีผู้คนจำนวนมากเกินไปที่เกลียดชังกัน ขโมยของกันและกัน พวกเขาไม่ได้รักกันเลย” จอห์นนี เพรสลีย์ ศิลปินจากลอสแอนเจลิสกล่าว “ผมเบื่อหน่ายกับวิธีที่ประเทศนี้ปฏิบัติต่อผู้คน ผมเบื่อวิธีที่ประเทศนี้ปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านต่างแดน “ผมเบื่อกับเรื่องเฮงซวยหลาย ๆ เรื่องเต็มที””

ในทางกลับกัน สำหรับคนอื่น ๆ อย่าง คาริซา ทาวาสโซลี ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านซึ่งเป็นนักการศึกษาในแอตแลนตา มองว่ารากฐานของ “ความฝันอเมริกัน” (American Dream) ยังคงเป็นจริงอยู่

“ฉันมีความปลอดภัย มีเสถียรภาพ มีเสรีภาพในการพูด มีเสรีภาพในการนับถือศาสนา และในฐานะผู้หญิง ฉันจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ” เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP “ที่นี่มีข้อบกพร่องอยู่มากมาย แต่เราก็มีสิ่งพิเศษบางอย่างที่คุ้มค่าแก่การปกป้อง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus