สังคม

โย ยศวดี ตกใจเพิ่งเห็นหน้า ต้อม รชนีกร ถามคู่กรณีหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังอุทธรณ์อีกเหรอ

โย ยศวดี ตกใจเพิ่งเห็นหน้า ต้อม รชนีกร ถามคู่กรณีหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังอุทธรณ์อีกเหรอ

โย ยศวดี ตกใจเพิ่งเห็นหน้า ต้อม รชนีกร ถามคู่กรณีหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังอุทธรณ์อีกเหรอ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

โย ยศวดี ตกใจเพิ่งเห็นหน้า ต้อม รชนีกร ถามคู่กรณีหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังอุทธรณ์อีกเหรอ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

โย ยศวดี ตกใจเพิ่งเห็นหน้า ต้อม รชนีกร ถามคู่กรณีหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังอุทธรณ์อีกเหรอ (70%)

รายละเอียด

โย ยศวดี ตกใจเพิ่งเห็นหน้า ต้อม รชนีกร ถามคู่กรณีหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังอุทธรณ์อีกเหรอ

หลังจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดนนทบุรีนัดฟังคำพิพากษากรณีที่นางลภัสนันท์ พันธุ์มณีธนากร หรือ ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี นักแสดงสาวชื่อดัง ยื่นฟ้อง นางพิศพรรณ ศรีไชยยันต์  หรือ ปิ่น เลอลักษณ์ ผู้บริหารโรงพยาบาลเลอลักษณ์ กับพวก 4 คน จากกรณีศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท

ผลปรากฏว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 4 ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 7.7 ล้านบาท โดยมีจำเลยที่ 1 (โรงพยาบาล) ร่วมรับผิดชอบ ประกอบด้วย ค่ารักษาพยาบาลและค่าผ่าตัดแก้ไขศัลยกรรมประมาณ 2.9 ล้านบาท , ค่าขาดประโยชน์จากการทำงานประมาณ 1.8 ล้านบาท และค่าเสียหายในอนาคตอีกประมาณ 3 ล้านบาท

ก่อนที่ทางฝ่าย ปิ่น เลอลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกช็อกเสียใจ เพราะมั่นใจมากกว่า 90% ว่าจะไม่แพ้คดี เนื่องจากเชื่อว่าหลักฐานทางการแพทย์และผล CT Scan ยืนยันว่าไม่ได้กระทบเส้นประสาท พร้อมยืนยันว่าแพทย์ตั้งใจรักษาอย่างดีที่สุด และยืนยันเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ

ซึ่งหลังจากที่มีข่าวออกไป ด้านนางแบบ-นักแสดงสาว โย ยศวดี หัสดีวิจิตร ก็ได้แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ไอจีของสำนักข่าวไว้ว่า “เอาจริงๆ นะคะ คุณพี่ได้เห็นหน้าพี่ต้อมไหมคะ เพราะนี่เพิ่งเจอตัวจริงมา ไม่กี่วันนี้เอง ถึงกับตกใจช็อกเลยดีกว่าค่ะ เพราะเป็นคนที่รู้จักพี่เขามาตลอด

เจ้าของคลินิกเองไม่รู้สึกจริงๆ เหรอคะ ว่าได้เกิดอะไรขึ้นกับใบหน้าเขาหลังจากการทำศัลยกรรม รูปหน้าเขาเปลี่ยนเยอะมาก ยังจะอุทธรณ์อีกเหรอคะคุณพี่ คิดว่าจำนวนเงินแค่นี้จริงๆ แล้วไม่ได้มากมาย กับการรับผิดชอบใครสักคนนึง มายืนยันด้วยตัวเองเพราะเห็นมากับตาจริงๆ สงสารพี่เขาค่ะพูดจากใจ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus