การเมือง

“วรงค์” จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิม อัดแจกเงิน 300 ยุ่งยากทำประชาชนเอือม

จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิมโดยไม่มีเงื่อนไข “หมอวรงค์” ชี้แจกเงิน 300 บาท ยุ่งยากทำประชาชนเอือมระอา เรียกร้องตรวจสอบปมแบงก์พันหายจากระบบ 1.4 แสนล้าน หวั่นเอี่ยวคอร์รัปชัน

“วรงค์” จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิม อัดแจกเงิน 300 ยุ่งยากทำประชาชนเอือม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิมโดยไม่มีเงื่อนไข “หมอวรงค์” ชี้แจกเงิน 300 บาท ยุ่งยากทำประชาชนเอือมระอา เรียกร้องตรวจสอบปมแบงก์พันหายจากระบบ 1.4 แสนล้าน หวั่นเอี่ยวคอร์รัปชัน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“วรงค์” จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิม อัดแจกเงิน 300 ยุ่งยากทำประชาชนเอือม (70%)

รายละเอียด

“วรงค์” จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิม อัดแจกเงิน 300 ยุ่งยากทำประชาชนเอือม

จี้รัฐบาลคืนสิทธิให้คนจนเดิมโดยไม่มีเงื่อนไข “หมอวรงค์” ชี้แจกเงิน 300 บาท ยุ่งยากทำประชาชนเอือมระอา เรียกร้องตรวจสอบปมแบงก์พันหายจากระบบ 1.4 แสนล้าน หวั่นเอี่ยวคอร์รัปชัน

วันที่ 10 สิงหาคม 2569  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวที่อาคารรัฐสภา เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดให้ทบทวนหรืออุทธรณ์สิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ บัตรคนจน ซึ่งจะมีกำหนดสิ้นสุดภายในเดือนกันยายนนี้ หลังมีผู้ถูกตัดสิทธิมากถึง 9,300,000 คน

นพ.วรงค์ กล่าวต่อไป แม้รัฐบาลจะอ้างว่าเปิดโอกาสให้ผู้ถูกตัดสิทธิยื่นอุทธรณ์ และเปิดช่องทางร้องเรียนผ่านธนาคาร 5 สาขา รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันได้ การเดินทางไปร้องเรียนในจุดบริการสร้างความยุ่งยาก ลำบาก และต้องเสียเวลาเดินทาง บางรายต้องใช้เวลาเดินทางครึ่งวันจนเกิดอาการเป็นลมหรือเสียชีวิตตามที่เป็นข่าว

สำหรับ กลุ่มประชาชนประมาณ 5,000,000 คน ที่ไม่มาทำการอุทธรณ์สิทธิ นพ.วรงค์ ระบุ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขามีฐานะดีขึ้น แต่เป็นเพราะความเบื่อหน่ายและความยุ่งยากในขั้นตอนและกฎเกณฑ์ที่รัฐบาลสร้างขึ้น จึงเลือกที่จะยอมละทิ้งเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน ทั้งที่ชีวิตจริงยังคงประสบความยากจนเหมือนเดิม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคืนสิทธิให้กับกลุ่มคนจนรายเดิมทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลในโครงการต่างๆ รวมถึงประเด็นความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ TH-AI Passport ที่มีการเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายเงินจากเหมาจ่ายมาเป็นรายเดือน ซึ่งตามหลักการควรจะต้องมีการเปิดประมูลใหม่ ตลอดจนเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบกรณีเงินสดแบงก์พันหายไปจากระบบธนาคารกว่า 140,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus