สังคม

เมื่อ AI เป็นได้แทบทุกอย่าง โรงเรียนต้องสอน "ตั้งคำถามกับคำตอบ"

แอปเปิลและ OECD ชี้ทิศทางการศึกษาในยุค AI ต้องเปลี่ยนจากการสอนวิธีใช้ เป็นการสร้างนักเรียนที่คิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูลได้ และใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน

เมื่อ AI เป็นได้แทบทุกอย่าง โรงเรียนต้องสอน "ตั้งคำถามกับคำตอบ"
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

แอปเปิลและ OECD ชี้ทิศทางการศึกษาในยุค AI ต้องเปลี่ยนจากการสอนวิธีใช้ เป็นการสร้างนักเรียนที่คิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูลได้ และใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เมื่อ AI เป็นได้แทบทุกอย่าง โรงเรียนต้องสอน "ตั้งคำถามกับคำตอบ" (70%)

รายละเอียด

แอปเปิล และ OECD ชี้โจทย์ใหม่ของการศึกษา ไม่ใช่สอนใช้ AI ให้เก่ง แต่ต้องสร้างนักเรียนที่คิดวิเคราะห์ รู้จักตั้งคำถาม และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ให้คิดแทนแอปเปิล (Apple) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เห็นตรงกันว่า การศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการสอนให้ผู้เรียนใช้ AI เป็น ไปสู่การสร้างผู้เรียนที่คิดวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล และตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะเมื่อ AI สามารถสร้างคำตอบได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที คุณค่าของการศึกษาไม่ได้อยู่ที่การหาคำตอบ แต่อยู่ที่การสร้างผู้เรียนที่รู้จักตั้งคำถามกับคำตอบ ใช้วิจารณญาณ และคิดเป็นมากกว่าใช้เครื่องมือเป็น ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นบนเวที Designed for Every Kind of Learner ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดย “โดมินิก ลิชตี” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ แอปเปิล กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการศึกษาในอนาคตคือการสร้าง Agency หรือความสามารถของนักเรียนในการเป็นเจ้าของการเรียนรู้ เลือกวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง กล้าตั้งคำถาม ทดลอง และตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเองโดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่ผู้คิดแทนพร้อมอ้างอิงผลศึกษาของ Brookings Institution ที่พบว่า มีนักเรียนเพียง 17% เท่านั้นที่รู้สึกว่าตนเองมีทั้งความยืดหยุ่นในการเผชิญปัญหา (Resilience) ความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง (Confidence) และการมีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ (Engagement) ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายังมีอีกจำนวนมากที่ขาดทักษะการเป็นเจ้าของการเรียนรู้ และยังมีนักเรียนจำนวนมากที่ขาดทักษะด้าน Agency ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ภาคการศึกษาต้องเร่งพัฒนาในยุค AI ลิชตี กล่าวว่า AI ควรทำหน้าที่เป็น เครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่การคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน เพราะหากพึ่งพา AI เพื่อหาคำตอบทุกอย่าง ผู้เรียนอาจสูญเสียทักษะสำคัญอย่างการตั้งคำถาม การใช้เหตุผล และการตัดสินใจ ซึ่งเป็นความสามารถที่มนุษย์ยังได้เปรียบเทคโนโลยีลิชตี ชี้ให้เห็นภาพว่า การใช้ AI ไม่ควรต่างจากบทเรียนที่เกิดขึ้นกับระบบนำทาง GPS ในอดีต ก่อนมี GPS ผู้ขับขี่ต้องอ่านแผนที่ จดจำเส้นทาง และสังเกตสภาพแวดล้อม จึงเกิดทักษะการนำทางติดตัว แต่เมื่อผู้คนพึ่งพา GPS มากขึ้น หลายคนกลับทำได้เพียงขับรถตามคำสั่ง โดยไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนเองอยู่ตรงไหน “หากนักเรียนใช้ AI เพียงเพื่อรับคำตอบ โดยไม่คิดหรือค้นหาคำอธิบายด้วยตัวเอง ก็ไม่ต่างจากการขับรถตาม GPS โดยไม่เข้าใจเส้นทางที่ใช้อยู่นั้นเป็นอย่างไร” เขากล่าวอีกแนวทางหนึ่งที่แอปเปิลนำเสนอคือ First Draft หรือการให้นักเรียนเริ่มต้นคิดและเขียนร่างคำตอบด้วยตนเอง ก่อนใช้ AI เป็นผู้ช่วยตรวจสอบ ตั้งคำถาม หรือเสนอแนวทางเพิ่มเติม แทนการให้ AI สร้างคำตอบตั้งแต่ต้นด้าน หลุยส์ ฟรานซิสโก วาร์กัส นักวิเคราะห์จากทีม PISA ของ OECD กล่าวว่า การใช้ AI ของเยาวชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเรียนรู้เรื่องการตรวจสอบข้อมูล ความเข้าใจข้อจำกัดของ AI ความเป็นส่วนตัว และการใช้งานอย่างมีจริยธรรม ยังตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า เยาวชนอายุ 13-17 ปี ราว 88% ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ขณะที่นักศึกษามีสัดส่วนสูงถึง 96% แต่การใช้เครื่องมือเป็น ไม่ได้หมายความว่าจะรู้เท่าทันเครื่องมือ แต่สะท้อนว่าการใช้ AI แพร่หลายเร็วกว่าการพัฒนาทักษะการรู้เท่าทัน AI OECD จึงผลักดันกรอบ Media & AI Literacy เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึง วิเคราะห์ ตรวจสอบ ทำงานร่วมกัน และสร้างสรรค์ผลงานด้วย AI อย่างมีความรับผิดชอบ ขณะที่กรอบ AI Literacy สำหรับห้องเรียนครอบคลุมการทำความเข้าใจ AI การสร้างสรรค์ร่วมกับ AI การตัดสินใจว่าเมื่อใดควรหรือไม่ควรใช้ AI และการใช้ AI ภายใต้หลักจริยธรรมอีกแนวคิดที่เน้นย้ำคือ การตั้งคำถามกับคำตอบ ผู้เรียนไม่ควรเชื่อข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นทันที แต่ต้องตรวจสอบแหล่งที่มา เปรียบเทียบข้อมูล มองหาอคติ และใช้วิจารณญาณก่อนสรุปผลลิชตี กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลิตภัณฑ์ที่แท้จริงของการศึกษาไม่ใช่เกรดหรือผลงานที่สร้างขึ้นด้วย AI แต่คือนักเรียนที่สามารถคิด ตัดสินใจ และสร้างคุณค่าด้วยตนเอง โดยมี AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้กำหนดคำตอบแทนมนุษย์.ไทยรัฐไซเบอร์เน็ตคลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus