สังคม

เปิดสูตรเซฟงบ! วิธีเลือก "อาหารป้ายเหลือง" ให้ได้ของดีคุณภาพพรีเมียม ราคาถูกลงเกือบครึ่ง

รวมทริคเลือกซื้อ อาหารป้ายเหลือง ในซูเปอร์มาร์เก็ต สแกนอย่างไรให้ได้ของกินคุณภาพดี ราคาประหยัด ปลอดภัยต่อสุขภาพ ตอบโจทย์สายคุ้มค่าที่อยากเซฟงบ

เปิดสูตรเซฟงบ! วิธีเลือก "อาหารป้ายเหลือง" ให้ได้ของดีคุณภาพพรีเมียม ราคาถูกลงเกือบครึ่ง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

รวมทริคเลือกซื้อ อาหารป้ายเหลือง ในซูเปอร์มาร์เก็ต สแกนอย่างไรให้ได้ของกินคุณภาพดี ราคาประหยัด ปลอดภัยต่อสุขภาพ ตอบโจทย์สายคุ้มค่าที่อยากเซฟงบ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เปิดสูตรเซฟงบ! วิธีเลือก "อาหารป้ายเหลือง" ให้ได้ของดีคุณภาพพรีเมียม ราคาถูกลงเกือบครึ่ง (70%)

รายละเอียด

เปิดสูตรเซฟงบ! วิธีเลือก "อาหารป้ายเหลือง" ให้ได้ของดีคุณภาพพรีเมียม ราคาถูกลงเกือบครึ่ง

ยุคของแพงต้องเซฟ! พาส่องทริคสแกน “อาหารป้ายเหลือง” ลดราคาในซูเปอร์มาร์เก็ต เลือกอย่างไรให้ได้ของดี คุณภาพยังเป๊ะ ไม่เสี่ยงท้องเสีย ตอบโจทย์สายคุ้มค่าและคนอยากประหยัดงบ

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การบริหารจัดการงบประมาณรายจ่าย โดยเฉพาะ “ค่าอาหาร” ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในชีวิตประจำวัน จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับใครหลายคน หนึ่งในทางเลือกยอดนิยมของเหล่านักช้อปสายคุ้มค่าคือการพุ่งตัวไปที่โซน “อาหารป้ายเหลือง” หรืออาหารลดราคาเคลียร์สต็อกตามซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ที่มักจะนำสินค้ามาลดราคาตั้งแต่ 30% ไปจนถึง 70%

แต่การจะหยิบอาหารลดราคาให้คุ้มค่าที่สุดนั้น ไม่ใช่แค่การมองหาป้ายราคาที่ถูกที่สุดเท่านั้น แต่ต้องมี วิธีเลือกอาหารลดราคา อย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพดีและปลอดภัยต่อร่างกาย วันนี้เรามีทริคสแกนอาหารป้ายเหลืองแบบมือโปรมาฝากกัน

4 ทริคสแกน “อาหารป้ายเหลือง” ช้อปอย่างไรให้คุ้มและปลอดภัย

การเลือกซื้อ อาหารลดราคาซูเปอร์มาร์เก็ต ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถพิจารณาได้จากองค์ประกอบสำคัญ 4 ข้อดังต่อไปนี้

1. เช็กความต่างระหว่าง Expiry Date และ Best Before

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจเมื่อก้าวเข้าสู่โซนอาหารลดราคา คือการสังเกตฉลากวันหมดอายุ ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุไว้ชัดเจนว่ามีความแตกต่างกัน ดังนี้

วันหมดอายุ (EXP / Expiry Date): คือวันที่อาหารนั้นหมดอายุ หลังจากวันนี้นำมารับประทานไม่ได้เด็ดขาด เพราะอาหารจะเน่าเสียหรือมีจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายเด่นชัด ควรบริโภคก่อน (BB / BBE / Best Before): คือวันที่อาหารจะมีคุณภาพดีเยี่ยม ทั้งรสชาติและคุณค่าทางอาหาร หลังจากวันนี้ไปรสชาติอาจเปลี่ยนไปบ้าง แต่ยังสามารถทานได้โดยไม่เป็นอันตราย หากเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ถูกต้อง ทริคสำหรับสายคุ้ม: หากเป็นสินค้าประเภทนม ของสด หรือเนื้อสัตว์ป้ายเหลืองที่ระบุวัน EXP ควรเลือกแพ็กที่สามารถนำมาปรุงอาหารกินได้ทันทีในมื้อนั้น หรือภายในวันถัดไป ไม่ควรซื้อตุน

2. สแกนบรรจุภัณฑ์ต้องสมบูรณ์ 100%

แม้ราคาจะถูกลงครึ่งต่อครึ่ง แต่สิ่งที่ไม่ควรลดหย่อนคือเรื่องความปลอดภัย บรรจุภัณฑ์ของอาหารป้ายเหลืองต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์

อาหารกระป๋อง: ต้องไม่มีรอยบุบ รอยสนิม หรือบวมพองเด็ดขาด เพราะรอยบุบอาจทำให้สารเคลือบด้านในหลุดลอกและปนเปื้อนสู่อาหาร อาหารแพ็กพลาสติก/ถาดโฟม: พลาสติกที่ซีลต้องไม่ขาด ไม่มีรอยรั่วซึม และที่สำคัญต้องไม่ “บวมพอง” เพราะการที่บรรจุภัณฑ์บวมพองแสดงว่าเริ่มมีแก๊สจากจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียอยู่ภายใน

3. ตรวจสอบเนื้อสัมผัสและสีสันของวัตถุดิบ

สำหรับของสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ หรืออาหารทะเลป้ายเหลือง ให้ใช้สายตาสแกนอย่างละเอียด เนื้อสัตว์ต้องไม่มีสีคล้ำเขียว หรือมีเมือกเยิ้ม ส่วนผักและผลไม้สด แม้จะมีรอยช้ำภายนอกบ้างตามกลไกการลดราคา แต่ต้องไม่มีราขึ้น หรือมีกลิ่นเปรี้ยวที่แสดงถึงความเน่าเสีย

4. รู้ช่วงเวลา “นาทีทอง” ของแต่ละห้าง

การจะได้ ของดีราคาถูก ต้องไปให้ถูกเวลา โดยทั่วไปซูเปอร์มาร์เก็ตแต่ละแห่งจะมีตารางการติดป้ายเหลืองที่คล้ายคลึงกัน คือแบ่งเป็น 2 รอบหลักๆ

รอบกลางวัน (ประมาณ 13.00 - 15.00 น.): มักเป็นกลุ่มสินค้าเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน หรือผักผลไม้ที่คัดของสดรอบเช้าออก รอบค่ำ (ประมาณ 19.00 - 21.00 น.): รอบนี้คือไฮไลท์ของสาย ของลดราคากลางคืน เพราะห้างจะนำอาหารปรุงสำเร็จ เนื้อสัตว์สด และซูชิ มาลดราคาขั้นสุดเพื่อเคลียร์สต็อกวันต่อวัน

การเลือกซื้อ อาหารป้ายเหลือง ถือเป็นเทคนิคการบริหารเงินที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าและช่วยลดปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขส่วนลดที่ดึงดูดสายตา แต่คือการตรวจสอบความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ วันหมดอายุ และสภาพของอาหารอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาทที่จ่ายไป ได้แลกกับมื้ออาหารที่ทั้งประหยัด อร่อย และปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างสูงสุด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus