“อาจารย์ ม.ศิลปากร” ร้อง ปชป.ถูกสกัดร่วม “โครงการช่วย SME สสว.” ด้าน สสว.ร่อนเอกสารยันโปร่งใส
“อาจารย์ ม.ศิลปากร” โร่ร้อง “ประชาธิปัตย์” ถูกสกัด ไม่ให้ร่วม “โครงการช่วย SME สสว.” “กรณ์” แฉพิรุธ เปิดช่อง“กลุ่มอิทธิพลคนนอก” ด้าน สสว.ออกเอกสารชี้แจงทำทุกขั้นตอนโปร่งใส
สรุปสั้น
“อาจารย์ ม.ศิลปากร” โร่ร้อง “ประชาธิปัตย์” ถูกสกัด ไม่ให้ร่วม “โครงการช่วย SME สสว.” “กรณ์” แฉพิรุธ เปิดช่อง“กลุ่มอิทธิพลคนนอก” ด้าน สสว.ออกเอกสารชี้แจงทำทุกขั้นตอนโปร่งใส
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ “อาจารย์ ม.ศิลปากร” ร้อง ปชป.ถูกสกัดร่วม “โครงการช่วย SME สสว.” ด้าน สสว.ร่อนเอกสารยันโปร่งใส (70%)
รายละเอียด
“อาจารย์ ม.ศิลปากร” ร้อง ปชป.ถูกสกัดร่วม “โครงการช่วย SME สสว.” ด้าน สสว.ร่อนเอกสารยันโปร่งใส
“อาจารย์ ม.ศิลปากร” โร่ร้อง “ประชาธิปัตย์” ถูกสกัด ไม่ให้ร่วม “โครงการช่วย SME สสว.” “กรณ์” แฉพิรุธ เปิดช่อง“กลุ่มอิทธิพลคนนอก” ด้าน สสว.ออกเอกสารชี้แจงทำทุกขั้นตอนโปร่งใส
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ส.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าวกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรถึงความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกองทุนส่งเสริม SME ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในโครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซ และ ไลฟ์คอมเมิร์ซ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (SME) โดยนายกรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการขนาดเล็กและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ของไทย ต้องเผชิญความเสียเปรียบจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียม (GP) ที่สูงขึ้น และการสูญเสียข้อมูลการค้าให้ต่างชาติ
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการใช้งบประมาณรัฐในการสร้างแพลตฟอร์มของไทยเอง แต่กระบวนการคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการของ สสว. กลับสร้างข้อสงสัยและเหมือนขาดความโปร่งใส โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาของรัฐที่ยื่นข้อเสนอ มองว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาร่วมโครงการแล้ว ยังมีประเด็นการใช้หลักเกณฑ์หยุมหยิมที่ไม่สมเหตุผลในการตีตกข้อเสนอของ ม.ศิลปากร เพื่ออาจนำไปสู่การล็อกสเปกแล้ว ยังพบพฤติการณ์น่าวิตก คือ การที่มีบุคคลภายนอก ที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ สสว. ทำตัวมีอำนาจเข้ามาเจรจาเงื่อนไขกับมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกทั้งเมื่อ ม.ศิลปากร ยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอน กลับเกิดเหตุการณ์คุกคามข่มขู่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อให้ถอนอุทธรณ์ จนต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจซึ่งมีการแจ้งบันทึกหลักฐานอย่างเป็นทางการ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐ
“กรณ์”เตรียมเรียก สสว.ชี้แจง
“พรรคประชาธิปัตย์มองว่า เรื่องนี้มีคำถามที่ต้องการคำตอบ เพราะงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีประชาชนนับวันยิ่งมีจำกัด การใช้วงเงินงบประมาณจึงต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดจากการทุจริตคอรัปชั่น เราจะใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัตินำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียก สสว. มาชี้แจงในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะมาตรฐานการคัดเลือกกรรมการ การอธิบายบทบาทของบุคคลภายนอก และขั้นตอนการพิจารณาอุทธรณ์ว่า มีความเป็นธรรมหรือไม่ อย่างไร” นายกรณ์ กล่าว
ด้านนางการดี กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่ตนเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย รู้สึกเสียใจและสะท้อนใจเป็นอย่างมากที่สถาบันการศึกษา ซึ่งควรเป็นเสาหลักในการฟูมฟักสร้างบุคลากรหรือสร้างคนดี สุจริต กลับต้องมาถูกกลุ่มคนบางกลุ่มแทรกแซงอย่างหนัก พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันในเจตนารมณ์การเมืองสุจริตและจะใช้กลไกกรรมาธิการ สภาฯ ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชนผู้เสียภาษี
สสว.ร่อนเอกสารยันโปร่งใส
ด้านสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ออกเอกสารชี้แจงชี้แจงข้อเท็จจริงกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน โครงการ e-Commerce และ Live-Commerce เพื่อ SME ไทย โดยยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมระบุขั้นตอนอย่างละเอียดประกอบด้วย
1. กระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน ทั้ งสองโครงการเป็นโครงการเชิงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องเร่งขับเคลื่อนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้ทันต่อสถานการณ์การแข่งขัน สสว. จึงเลือกใช้วิธีคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานตามมาตรา 34(2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นกลไกที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับโครงการลักษณะนี้ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน
ทั้งนี้ สสว. ไม่ได้เลือกวิธีดำเนินงานโดยคำนึงถึงความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งกรอบกฎหมาย ลักษณะของโครงการ และวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานร่วมกัน สิ่งสำคัญคือ แม้จะใช้วิธีที่แตกต่างจาก e-bidding ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งใช้กับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุหรือบริการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ แต่ทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ และเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับ สสว. นอกจากนี้ ระเบียบการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานดังกล่าวยังใช้กับอีกหลายโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ มาอย่างต่อเนื่อง
2 . หลักเกณฑ์การให้คะแนนและการตัดสิน
โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce และ โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย นี้มีเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจนตามประกาศที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาได้ใช้กรอบหลักเกณฑ์เดียวกันที่ประกาศไว้ล่วงหน้า โดยพิจารณาจากศักยภาพ ความพร้อม และการนำเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ว่ามีความครบถ้วน สอดคล้องกับ TOR เป็นสำคัญ กรรมการแต่ละท่านประเมินด้วยความรู้และความเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่มีการชี้นำหรือกำหนดคะแนนไว้ล่วงหน้า และใช้มติประชุมแบบฉันทามติในการตัดสินผลการคัดเลือก
3. คณะกรรมการพิจารณา เพื่อประกันความเป็นกลางและความโปร่งใส สสว. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาที่ครอบคลุม 3 ส่วน ประกอบด้วย
⁃ บุคลากรภายนอก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญอิสระซึ่งมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
⁃ บุคลากรภายใน สสว. ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่ ฝ่ายต้นเรื่อง ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายติดตามและประเมินผล
⁃ บุคลากรภายใน สสว. ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ รองผู้อำนวยการซึ่งไม่ได้กำกับโครงการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการซึ่งไม่ได้ดูแลกำกับโครงการ
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการคัดเลือกหน่วยร่วมฯ และสอดคล้องกับงบประมาณ สสว. ได้ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยคณะกรรมการทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และหลักจริยธรรมของทางราชการ หากกรรมการรายใดมีส่วนได้เสียหรือมีเหตุที่อาจกระทบต่อความเป็นกลางในการพิจารณา จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กระบวนการคัดเลือกยังดำเนินการโดยคณะกรรมการหลายฝ่าย มีการบันทึกการประชุม และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
ยืนยันไม่มีพฤติกรรมข่มขู่
4. กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก
สสว. ขอยืนยันว่า ไม่มีพฤติกรรมหรือการข่มขู่บุคลากรของมหาวิทยาลัยหรือบุคคลใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง เนื่องจาก สสว. ดำเนินงานในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตามกรอบสัญญาทางราชการเท่านั้น อีกทั้งกระบวนการพิจารณาคัดเลือกจัดขึ้นในระบบปิด มีบันทึกการประชุมและหลักฐานอย่างชัดเจน จึงไม่มีช่องทางให้บุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงหรือมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของคณะกรรมการได้
ย้ำพร้อมให้ความร่วมมือ
5. กระบวนการยื่นอุทธรณ์
สสว. เคารพในสิทธิของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย โดยกำหนดให้สามารถยื่นหนังสืออุทธรณ์ผลการพิจารณาได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล ซึ่ง สสว. จะนำข้ออุทธรณ์ทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร สสว. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมายให้เป็นข้อยุติโดยเร็ว
สสว. ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือและเข้าชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานทั้งหมดต่อคณะกรรมาธิการและหน่วยงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรหลักที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ให้แก่ SME ไทยอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม