GPSC กับแผนผลิตไฟฟ้า
คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ ขอพาไปสนทนากับนายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC
สรุปสั้น
คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ ขอพาไปสนทนากับนายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ GPSC กับแผนผลิตไฟฟ้า (70%)
รายละเอียด
GPSC กับแผนผลิตไฟฟ้า
คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ ขอพาไปสนทนากับนายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ถึงแผนงาน Decarbonization หรือกระบวนการลด หรือกำจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิสในภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน เพื่อมุ่งสู่การลดภาวะโลกร้อน และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์หรือ Net Zero
เพื่อติดตามความสำเร็จ 12 หน่วยผลิตไฟฟ้า (Power Generation Units) ที่ลดใช้พลังงานได้ถึง 419,476 ล้านบีทียู
นายศิริเมธ เล่าให้ฟังว่า บริษัทได้กำหนดเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาด เพื่อเดินหน้าสู่การลดการใช้พลังงานในโรงไฟฟ้า นำไปสู่การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่มีเสถียรภาพ พร้อมทั้งสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Decarbonization Roadmap
“ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถลด Carbon Intensity (ความเข้มข้นของคาร์บอนต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย) ได้แล้ว 10% เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายลดลง 35% ภายในปี 2573 และ Net Zero Emissions (การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ภายในปี 2593”
ล่าสุด บริษัทได้ยกระดับแผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยผลิตไฟฟ้าต่างๆ จำนวน 12 โครงการ โดยสามารถลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ได้ถึง 8,066 ตันต่อปี เทียบเท่าการลดใช้พลังงานได้ 419,476 ล้านบีทียู คิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท และสามารถลดการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ได้ 22,420 ตันคาร์บอน ไดออกไซด์เทียบเท่า
นับเป็นกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่สามารถลดความผันผวนของราคาแอลเอ็นจีจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมทั้งยังได้พัฒนาโซลูชัน โดยนำระบบ Real Time Optimization (AI & Digital) มาวางแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า การบริหารระบบโรงไฟฟ้า ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการติดตามสถานะอุปกรณ์ต่างๆเพื่อจัดเก็บข้อมูลอย่างสมบูรณ์
ประกอบกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีขึ้นมาใช้ภายในกิจการ เพื่อให้การวางแผนการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ได้เต็มประสิทธิภาพ การเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรระหว่างทีมผลิต (Operation) และทีมบำรุงรักษา (maintenance) เพื่อวางแผนการเดินเครื่อง และการหยุดซ่อมบำรุง (Shutdown) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รองรับวิกฤติพลังงาน สร้างความมั่นคง ในระบบการผลิตไฟฟ้า
บริษัทยังเดินหน้าแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า ควบคู่กับการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศและได้เตรียมความพร้อมในการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อาทิ โรงไฟฟ้า เทคโนโลยีโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) หรือ SMR GEN ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อนำมาทดแทนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงหลัก ตอบสนองภาคการผลิตที่ต้องการไฟฟ้าและไอน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ (CCS) และไฮโดรเจน
ทั้งหมดนี้ เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ประกอบกับการสนับสนุนลูกค้าอุตสาหกรรมและประเทศไทย ให้เดินหน้าสู่เป้าหมายลดโลกเดือด.