สังคม

“น้ำมัน” ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถอดรหัสวิธีเลือกใช้น้ำมันทำอาหาร เซฟสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs

“น้ำมัน” ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถอดรหัสวิธีเลือกใช้น้ำมันทำอาหาร เซฟสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs

“น้ำมัน” ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถอดรหัสวิธีเลือกใช้น้ำมันทำอาหาร เซฟสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“น้ำมัน” ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถอดรหัสวิธีเลือกใช้น้ำมันทำอาหาร เซฟสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“น้ำมัน” ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถอดรหัสวิธีเลือกใช้น้ำมันทำอาหาร เซฟสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs (70%)

รายละเอียด

“น้ำมัน” ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ถอดรหัสวิธีเลือกใช้น้ำมันทำอาหาร เซฟสุขภาพ ห่างไกลโรค NCDs

หลายคนพยายามตัด "น้ำมัน" ออกจากมื้ออาหารแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวอ้วนและกังวลสารพัดโรคเรื้อรัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของมนุษย์ยังคงต้องการไขมันเพื่อช่วยดูดซึมวิตามินและสร้างฮอร์โมนที่จำเป็น น้ำมันจึงไม่ใช่ผู้ร้ายทำลายสุขภาพอย่างที่คิด หากเรารู้จักเลือกให้เป็นและใช้ให้ถูกวิธี

การใช้น้ำมันทำอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและลดความเสี่ยงกลุ่มโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่าน 3 กฎเหล็ก ดังนี้

เลือกไขมันไม่อิ่มตัวเพื่อสุขภาพหัวใจ

หัวใจสำคัญข้อแรกคือการเลือกชนิดของน้ำมัน ควรเน้นใช้น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นหลัก เพราะมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในเลือด และเป็นมิตรต่อหลอดเลือดหัวใจ ตัวอย่างน้ำมันกลุ่มนี้ที่แนะนำให้มีติดครัวไว้ ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา และน้ำมันถั่วเหลือง

จับคู่น้ำมันให้เหมาะกับระดับความร้อน

น้ำมันแต่ละชนิดมีจุดเกิดควันหรือความสามารถในการทนความร้อนไม่เท่ากัน หากนำน้ำมันที่ทนความร้อนต่ำไปทอดไฟแรง น้ำมันจะไหม้และเปลี่ยนสภาพเป็นสารก่อมะเร็งทันที การจับคู่น้ำมันกับเมนูอาหารจึงสำคัญมาก

สำหรับการทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงอย่างการทอดแบบน้ำมันท่วมหรือทอดไฟแรง ควรเลือกใช้น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันหมู หากเป็นการปรุงด้วยความร้อนปานกลาง เช่น การผัดไฟกลาง ผัดผัก หรือทอดด้วยน้ำมันน้อย ควรใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันคาโนลา ส่วนการประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนต่ำ อย่างการทำน้ำสลัด หมักเนื้อสัตว์ หรือปรุงด้วยไฟอ่อน น้ำมันถั่วเหลืองจะสามารถตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

ควบคุมปริมาณการใช้ให้พอดี

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหนหรือจัดอยู่ในกลุ่มไขมันดีแค่ไหน กฎข้อสำคัญที่ต้องจำไว้คือ น้ำมันเพียง 1 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 9 กิโลแคลอรี การเทน้ำมันลงกระทะแบบไม่ยั้งมือ ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ภาวะน้ำหนักตัวเกิน และโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคเพิ่มเติมที่จะช่วยให้การกินอาหารปลอดภัยจากโรค NCDs ได้อย่างยั่งยืน คือการจำกัดโควตาประจำวัน โดยร่างกายควรได้รับน้ำมันไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือประมาณ 30 กรัมต่อวัน พร้อมกับการปรับเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหาร ด้วยการลดเมนูผัดและทอด หันมาเพิ่มสัดส่วนเมนูต้ม นึ่ง อบ หรือย่าง ให้มากขึ้น รวมถึงการใช้อุปกรณ์เสริมอย่างกระทะเทฟลอน หรือ หม้อทอดไร้น้ำมัน ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละมื้อได้อย่างมหาศาล

การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องทนกินแต่อาหารรสชาติจืดชืดเสมอไป เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราก็สามารถมีความสุขกับมื้ออาหารอร่อยๆ พร้อมกับมีร่างกายที่แข็งแรงในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus