สังคม

รู้จักพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" แปลว่าอะไร? เปิดที่มาชื่อพายุ ประเทศไหนตั้งชื่อ และกระทบไทยหรือไม่

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ "พายุบาหวี่" (BAVI) อัปเดตเส้นทางพายุไต้ฝุ่น พร้อมรู้จักความหมายของชื่อพายุ ประเทศผู้ตั้งชื่อ และเช็กว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่

รู้จักพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" แปลว่าอะไร? เปิดที่มาชื่อพายุ ประเทศไหนตั้งชื่อ และกระทบไทยหรือไม่
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ "พายุบาหวี่" (BAVI) อัปเดตเส้นทางพายุไต้ฝุ่น พร้อมรู้จักความหมายของชื่อพายุ ประเทศผู้ตั้งชื่อ และเช็กว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รู้จักพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" แปลว่าอะไร? เปิดที่มาชื่อพายุ ประเทศไหนตั้งชื่อ และกระทบไทยหรือไม่ (70%)

รายละเอียด

รู้จักพายุไต้ฝุ่น "บาหวี่" แปลว่าอะไร? เปิดที่มาชื่อพายุ ประเทศไหนตั้งชื่อ และกระทบไทยหรือไม่

พายุ บาหวี่ ล่าสุด  กลายเป็นพายุลูกล่าสุดที่ถูกจับตาในภูมิภาคเอเชียตะวันออก หลังกรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตเส้นทางพายุลูกนี้ โดยคาดว่าพายุบาหวี่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569

ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปทำความรู้จัก “พายุบาหวี่” ชื่อนี้ประเทศไหนตั้ง และเส้นทางพายุจะกระทบกับประเทศไหนหรือไม่ ติดตามกันเลย

ชื่อพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” แปลว่าอะไร ใครตั้งชื่อ

พายุบาหวี่ (BAVI) หมายถึง ทิวเขาในภาคเหนือของเวียดนาม เป็นชื่อในภาษาเวียดนาม โดยทางประเทศเวียดนาม เป็นผู้เสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนของคณะกรรมการไต้ฝุ่น

คำว่า “บาหวี่” มาจากชื่อ อุทยานแห่งชาติบาหวี่ (Ba Vì National Park) ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติชื่อดังทางตอนเหนือของเวียดนาม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงฮานอย ถือเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ

ทั้งนี้ การตั้งชื่อพายุหมุนเขตร้อนฯ จะสลับหมุนเวียนกันไปตามลำดับ โดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเป็นหน่วยงานที่รับหน้าที่ถอดเสียงคำอ่านชื่อพายุเป็นภาษาไทย

ตอบชัดๆ เส้นทางพายุ “บาหวี่” เข้าไทยไหม

จากการประเมินล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะเคลื่อนผ่านทางเหนือของเกาะไต้หวัน ก่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569

ทั้งนี้ แม้ พายุบาหวี่ จะไม่พัดเข้าสู่ไทย แต่ยังส่งผลทางอ้อม ทำให้มรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก และทะเลมีคลื่นลมแรง ส่งผลให้ช่วงวันที่ 10-14 กรกฎาคม 2569 หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทะเลบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของมรสุมจะมีคลื่นลมแรง โดยคลื่นอาจสูงประมาณ 2-4 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus