สังคม

อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง “ชัยชนะ” จี้ ก.พาณิชย์ ตรวจสอบนอมินีทั่วประเทศ

“ชัยชนะ” จี้ล่านอมินีทั่วประเทศ อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง หลัง ก.พาณิชย์ เจอ 53 บริษัท ชี้ เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ส่อทำไทยสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศระยะยาว

อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง “ชัยชนะ” จี้ ก.พาณิชย์ ตรวจสอบนอมินีทั่วประเทศ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ชัยชนะ” จี้ล่านอมินีทั่วประเทศ อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง หลัง ก.พาณิชย์ เจอ 53 บริษัท ชี้ เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ส่อทำไทยสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศระยะยาว

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง “ชัยชนะ” จี้ ก.พาณิชย์ ตรวจสอบนอมินีทั่วประเทศ (70%)

รายละเอียด

อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง “ชัยชนะ” จี้ ก.พาณิชย์ ตรวจสอบนอมินีทั่วประเทศ

“ชัยชนะ” จี้ล่านอมินีทั่วประเทศ อย่าหยุดแค่ห้วยขวาง หลัง ก.พาณิชย์ เจอ 53 บริษัท ชี้ เข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ส่อทำไทยสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศระยะยาว

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคล กลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก ว่า ตนขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ควรหยุดอยู่เพียงพื้นที่ห้วยขวางเท่านั้น

ขอเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขยายผลการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนและถือครองทรัพย์สินจำนวนมาก อาทิ กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับข้อมูลและข้อร้องเรียนจากประชาชนอย่างต่อเนื่องว่ามีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินีจัดตั้งบริษัทแทนคนต่างชาติ รวมถึงมีการถือครองที่ดินและดำเนินธุรกิจผ่านโครงสร้างที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย

“เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการกระทำผิดกฎหมายธุรกิจทั่วไป แต่มีลักษณะเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางธุรกิจ และโอกาสของผู้ประกอบการไทย หากปล่อยปละละเลยจะทำให้คนไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน และสูญเสียผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว”

นายชัยชนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการแถลงข่าวหรือดำเนินการเป็นครั้งคราว แต่ต้องมีการตรวจสอบเชิงรุก ติดตามเส้นทางการเงิน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกกรณี

“ขออย่าทำเพียงแค่พูดเอาดี เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยตรง ประชาชนกำลังรอเห็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และต้องการให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการปราบปรามนอมินีและทุนต่างชาติที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยไม่เคารพกฎหมายไทย”

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus