เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น
ผลสำรวจ Ipsos ล่าสุด พบคนไทย กังวลเรื่อง “การว่างงาน” เพิ่มขึ้นมาก สะท้อนความไม่มั่นคงด้านรายได้และเศรษฐกิจครัวเรือน 53% มองประเทศเดินผิดทาง ไม่มั่นใจซื้อรถ-บ้าน
สรุปสั้น
ผลสำรวจ Ipsos ล่าสุด พบคนไทย กังวลเรื่อง “การว่างงาน” เพิ่มขึ้นมาก สะท้อนความไม่มั่นคงด้านรายได้และเศรษฐกิจครัวเรือน 53% มองประเทศเดินผิดทาง ไม่มั่นใจซื้อรถ-บ้าน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น (70%)
รายละเอียด
#ความเชื่อมั่นผู้บริโภค
เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น
อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68
ผลสำรวจ Ipsos ล่าสุด พบคนไทย กังวลเรื่อง “การว่างงาน” เพิ่มขึ้นมาก สะท้อนความไม่มั่นคงด้านรายได้และเศรษฐกิจครัวเรือน 53% มองประเทศเดินผิดทาง ไม่มั่นใจซื้อรถ-บ้าน
ไทยครองอันดับ 1 ของโลก ประชาชนชี้ "วิกฤตเศรษฐกิจ" ปิดโอกาสอนาคตให้คนรุ่นใหม่เติบโต
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศไทย ส่งสัญญาณวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจล่าสุดจาก อิปซอสส์ (Ipsos) บริษัทวิจัยการตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคระดับโลกเผย ผลวิจัย “What Worries Thailand? H1 2026”
ซึ่งพบว่า ความเชื่อมั่นของคนไทยในครึ่งแรกของปี 2569 ทรุดตัวลงแรงที่สุดเป็น "อันดับ 1 ของโลก" ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการดิ่งลงที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2563 เท่านั้น สะท้อนภาพจำลองเศรษฐกิจปากท้องที่ยังคงซบเซาอย่างหนัก
จากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ พบประเด็นสำคัญที่สะท้อนสถานการณ์จริงของคนไทยในขณะนี้ ดังนี้
คนไทยเกินครึ่งมองภาพลบ: มีประชาชนถึง 56% ที่ระบุว่าประเทศกำลังเดินไปในทิศทางที่ผิด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่สัดส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นจนน่ากังวล
ประเมินเศรษฐกิจเข้าขั้น "แย่": ผลสำรวจระบุว่า คนไทย 71% มองสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันว่าอยู่ในเกณฑ์ "แย่" โดยตัวเลขนี้พุ่งพรวดขึ้นถึง 17 จุดภายในเดือนเดียว
อนาคตทางการเงินริบหรี่: มีเพียง 36% เท่านั้นที่เชื่อว่าสถานะทางการเงินส่วนบุคคลจะดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 50% ในช่วงเดือนมีนาคม
พฤติกรรมชะลอตัวเด่นชัด "ไม่กล้าใช้เงิน-กลัวตกงาน"
ภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคไทยก้าวเข้าสู่โหมด "ระมัดระวังสูงสุด" และเลือกที่จะชะลอการใช้จ่าย
เบรกซื้อสินทรัพย์ใหญ่: คนไทย 62% ปฏิเสธการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น บ้านหรือรถยนต์ เนื่องจากไม่มั่นใจในอนาคตทางการเงิน
กระทบสินค้าอุปโภคบริโภค: กว่า 51% รู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้จ่ายแม้กระทั่งกับของใช้จำเป็นภายในครัวเรือน
ความมั่นคงในงานสั่นคลอน: ตัวเลขเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49% ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในหน้าที่การงานและกลัวการตกงาน
กระทบเงินออมระยะยาว: ประชาชน 56% ขาดความมั่นใจต่อความสามารถในการลงทุน การออมเงินเพื่อวัยเกษียณ และการศึกษาของบุตรหลานในอนาคต
เปิด 3 อันดับความกังวลสูงสุดของคนไทย
เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความวิตกกังวล พบ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
การทุจริตคอร์รัปชัน (49%): ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันทางการเมืองและการเงิน พุ่งขึ้นมาเป็นประเด็นที่คนไทยกังวลใจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
ความยากจนและความไม่เท่าเทียม (41%): ปัญหาเชิงโครงสร้างและรอยร้าวทางสังคมที่ยังคงทวีความรุนแรง
เงินเฟ้อและค่าครองชีพ (27%): ปัญหาข้าวของแพงและราคาพลังงาน พุ่งกลับเข้ามาติดกลุ่ม Top 5 ความกังวลสูงสุดอีกครั้ง แซงหน้าประเด็นการว่างงานและอาชญากรรม
จะเห็นได้ว่า วิกฤตความเชื่อมั่นที่ดิ่งลงรอบนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยโดยตรงไปยังทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อผู้บริโภคไทยเลือกที่จะ "แช่แข็ง" การใช้จ่ายเพื่อเซฟตัวเอง โจทย์ระยะสั้นของแบรนด์และธุรกิจต่างๆ จึงไม่ใช่การขายภาพลักษณ์ความพรีเมียมหรือการตั้งราคาสูงอีกต่อไป แต่ต้องหันมาเน้นย้ำเรื่อง "คุณค่าที่จับต้องได้จริง" ความคุ้มค่า และความโปร่งใส เพื่อประคับประคองและดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมาในระยะยาว
ที่มา : IpssosInsight
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney