กีฬา

“ไชยชนก” กับโครงการ TH AI Passport

โครงการ "TH AI Passport" มูลค่า 1,621 ล้านบาท ของกระทรวงดีอี ภายใต้การนำของ "ไชยชนก ชิดชอบ" ตกเป็นเป้าสายตา หลังฝ่ายค้านพรรคประชาชนกางข้อมูลฉะกลางสภาฯ

“ไชยชนก” กับโครงการ TH AI Passport
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

โครงการ "TH AI Passport" มูลค่า 1,621 ล้านบาท ของกระทรวงดีอี ภายใต้การนำของ "ไชยชนก ชิดชอบ" ตกเป็นเป้าสายตา หลังฝ่ายค้านพรรคประชาชนกางข้อมูลฉะกลางสภาฯ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“ไชยชนก” กับโครงการ TH AI Passport (70%)

รายละเอียด

#รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

#การแถลงนโยบายรัฐบาล

#โครงการ TH AI Passport

#พิพัฒน์ รัชกิจประการ

#คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

“ไชยชนก” กับโครงการ TH AI Passport

อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68

ไทยครองอันดับ 1 ของโลก ประชาชนชี้ "วิกฤตเศรษฐกิจ" ปิดโอกาสอนาคตให้คนรุ่นใหม่เติบโต

ตอนเข้ารับตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วาระแรกในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 “ไชยชนก ชิดชอบ” กระชากความสนใจของผู้คนได้จั๋งหนับมาแล้ว จากการลุกขึ้นแฉในสภาฯ (วันที่ 30 ก.ย.2568) ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่งก็ได้รับการติดต่อผ่านคนรู้จักเสนอเงินเดือนละ 40 ล้านบาท แลกกับการไม่ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย พร้อมตั้งข้อสังสัยในธรรมเนียมปฏิบัติของกระทรวงดีอีที่ผ่านมา

ท่านรัฐมนตรีขมีขมันตั้งคณะกรรมการสอบให้ “พชร อนันตศิลป์” ปลัดดีอี ซึ่งขณะนั้นเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึงสัปดาห์ นั่งเป็นประธาน สรุปผลภายใน 30 วัน ไม่พบข้าราชการกระทรวงดีอีเกี่ยวข้อง แต่ สส.ภูมิใจไทยที่นำความมาบอกนายไชยชนกไม่ยอมมาให้ปากคำ บทบาทหน้าที่ของกระทรวงดีอีจึงจบลง เมื่อผลสอบถูกส่งต่อถึงมือตำรวจ เรื่องราวเงียบหายตราบใดที่กระบวนการสืบสวนไม่ถูกทำให้เสร็จสิ้น

กลับเข้ามารับตำแหน่งในวาระที่ 2 ไม่ทันไร “ไชยชนก” ถูกรุมล้อมอีกครั้ง จากฝ่ายตั้งคำถามกลายเป็นถูกเขวี้ยงคำถามใส่ เมื่อฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามถึงความโปร่งใสของโครงการ TH AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมและยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและ AI สำหรับคนไทยที่มีอายุมากกว่า 15 ปี จำนวน 5 ล้านคน เข้าถึงและใช้งาน Generative AI ตัวท็อปไม่ต่ำกว่า 12 โมเดลได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี

ตั้งแต่จุดเริ่มต้นโครงการมีความพยายามอธิบายว่าไม่ได้รวบรัด ตัดตอน เป็นไปตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้เงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งบริหารจัดการโดยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE ภายใต้ปีกกระทรวงดีอีเองในครั้งนี้นั้น เป็นการชงงบเอง อนุมัติงบเอง ใช้งบเอง ในวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่ง เป็นรูปแบบการใช้เงินในลักษณะสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายหัวให้กับกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคน ในการใช้บริการโมเดล AI พรีเมียมระดับโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ

โครงการระดับนี้ซึ่งไม่อยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณ แต่เป็นการขออนุมัติเงินกองทุนซึ่งมีขั้นตอนน้อยกว่า แม้ไม่ขัดกับข้อบังคับใด แต่เมื่อเป็นความริเริ่มจาก รมต.ไชยชนก ซึ่งยืดอกยอมรับเองว่า “เป็นนโยบายของผมที่ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว” ถูกคาดหวังว่าจะมีการเปิดเผยอย่างโปร่งใส เพื่อให้มีการรับรู้ ตรวจสอบ กลั่นกรอง

ในหลายยุคสมัย ผลการประชุมบอร์ดกองทุนดีอีจะมีการเผยแพร่ข่าวต่อสื่อมวลชนกระทรวงดีอี เปิดเผยวงเงินสนับสนุนโครงการหลากหลาย หลักล้าน หลักสิบล้าน สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล แต่กลับไม่ใช่ในการประชุมครั้งที่มีการอนุมัติงบโครงการใหม่เอี่ยมมูลค่า 1,621 ล้านบาท ซึ่งมี “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นั่งเป็นประธานเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2568 ก่อนประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างต่อมาในวันที่ 17 พ.ย.2568

การพูดถึงโครงการนี้อย่างเปิดเผยของผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงดีอีต่อสื่อมวลชน เป็นการพูดหลังจากที่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว เตรียมจะเปิดตัวโครงการในเดือน มิ.ย.2569

ทั้งรัฐมนตรีว่าการและปลัดกระทรวงให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลใจว่าโครงการจะไม่แพร่หลาย จึงต้องมีแผนทำประชาสัมพันธ์ภายใต้วงเงินราว 40 ล้านบาท หวั่นจะมีผู้สนใจใช้ AI ระดับพรีเมียมไม่มากพอ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตัวเลข 5 ล้านคน อาจเกินกว่าความต้องการใช้จริงไปมาก และกระทรวงดีอีไม่เคยมีตัวเลขคนใช้ AI พรีเมียมที่ต้องชำระค่าบริการรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณโมเดลละ 600 บาทในประเทศไทย ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่ามีจำนวนเท่าใด

มีเพียงตัวเลขของโครงการเมื่อเดือน พ.ย.2568 ครั้งที่ รมต.ไชยชนกจับมือกูเกิล คลาวด์ แจกแพ็กเกจ AI ระดับโปร (Google AI Pro) มูลค่าเดือนละ 750 บาท ฟรี 1 ปี ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดจำนวน ครั้งนั้นมีผู้สมัครใช้สิทธิ์ราว 200,000 รายเศษ จากจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่คุณสมบัติเข้าข่ายประมาณ 3 ล้านคนทั่วประเทศ

การใช้เงินจำนวน 1,600 ล้านบาท บนความไม่แน่ใจว่ากลุ่มเป้าหมายจะมีมากพอและสนใจหรือไม่ ประกอบกับไร้เจตนาที่จะอธิบายให้เท่าทันกับเวลา โครงการนี้จึงถูกหลายคนมองว่าไม่สมเหตุสมผล ขณะที่รัฐบาลต้องกู้เงินกว่า 400,000 ล้านบาทมาช่วยพยุงภาระค่าครองชีพของประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม ทำสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีพีดีปริ่มน้ำ

เมื่อมัดรวมเข้ากับการตั้งข้อสังเกตนานัปการของฝ่ายค้านจากพรรคประชาชน ก๊วนเทคโนโลยีสายแข็ง ตั้งแต่ผู้ชนะการประมูล กิจการร่วมค้าทีเอช ซึ่งประกอบด้วยผู้คร่ำหวอดขาประจำในวงการอย่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และบริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ในมูลค่า 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท

ตลอดจนรายละเอียดของโครงการที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าแจกใคร แบบไหน บริหารการใช้งานอย่างไร เขียนกว้างๆเอาไว้ก่อนเพราะกลัวทำไม่ได้ สังคมโดยรวมจึงพร้อมใจกัน “เอ๊ะ” โดยมิได้นัดหมาย.

คลิกอ่านคอลัมน์ “ The Issue ” เพิ่มเติม

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus