สังคม

รู้ไว้ก่อนแชร์! 5 เหตุผล ทำไมตำรวจจึงขอ "งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด" ระหว่างเกิดเหตุร้าย

เปิด 5 เหตุผล ทำไมตำรวจจึงขอ "งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด" ระหว่างเกิดเหตุร้าย ทุกโพสต์อาจส่งผลต่อชีวิตคนในพื้นที่

รู้ไว้ก่อนแชร์! 5 เหตุผล ทำไมตำรวจจึงขอ "งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด" ระหว่างเกิดเหตุร้าย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เปิด 5 เหตุผล ทำไมตำรวจจึงขอ "งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด" ระหว่างเกิดเหตุร้าย ทุกโพสต์อาจส่งผลต่อชีวิตคนในพื้นที่

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รู้ไว้ก่อนแชร์! 5 เหตุผล ทำไมตำรวจจึงขอ "งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด" ระหว่างเกิดเหตุร้าย (70%)

รายละเอียด

รู้ไว้ก่อนแชร์! 5 เหตุผล ทำไมตำรวจจึงขอ "งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด" ระหว่างเกิดเหตุร้าย

จากเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จ.นนทบุรี วันนี้ (7 ส.ค.) สิ่งที่ตำรวจมักประกาศขอความร่วมมือเป็นอันดับแรก คือ " งดไลฟ์สด งดแชร์พิกัด และงดเผยแพร่รายละเอียดการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ " หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการกดไลฟ์หรือโพสต์ภาพเพียงไม่กี่วินาที จึงถูกมองว่าอาจส่งผลต่อการปฏิบัติงานของตำรวจได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุกราดยิง เหตุจับตัวประกัน หรือเหตุรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ

คำแนะนำเหล่านี้ไม่ใช่เพียงคำขอจากตำรวจไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวปฏิบัติที่หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศ โดยเฉพาะ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ก็แนะนำตรงกันว่า การเผยแพร่ข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างเหตุร้าย อาจกระทบต่อการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ได้

เปิด 5 เหตุผลสำคัญ ทำไมตำรวจจึงขอ " งดไลฟ์สด-งดแชร์พิกัด " ระหว่างเกิดเหตุร้าย

1. เพราะคนร้ายอาจเห็นข้อมูลเหมือนกับทุกคน

คนร้ายไม่จำเป็นต้องอยู่ในจุดเกิดเหตุเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถติดตามข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือหรือโซเชียลมีเดียได้ หากมีการไลฟ์สดจากพื้นที่ ก็อาจเห็นตำแหน่งของตำรวจ เส้นทางเข้าปฏิบัติการ หรือการเคลื่อนกำลังแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนแผน หลบหนี หรือก่อเหตุรุนแรงกว่าเดิม

2. เพราะการแชร์พิกัดอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์ตกอยู่ในอันตราย

หลายคนโพสต์พิกัดด้วยความหวังว่าจะช่วยเตือนคนอื่น แต่ข้อมูลเดียวกันอาจถูกผู้ก่อเหตุนำไปใช้ได้เช่นกัน ยิ่งหากภาพหรือคลิปเผยให้เห็นตำแหน่งของผู้ที่กำลังหลบซ่อนอยู่ ก็อาจทำให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเป้าหมายโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น การไม่เปิดเผยตำแหน่งระหว่างเหตุการณ์ยังไม่ยุติ จึงเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด

3. เพราะข่าวที่ยังไม่ยืนยันอาจสร้างความสับสน

ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาที่ข้อมูลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากมีการแชร์ข่าวลือหรือข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน เช่น จำนวนผู้ก่อเหตุ พิกัดล่าสุด หรือข่าวว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ทั้งที่ยังไม่เป็นความจริง อาจทำให้ประชาชนตัดสินใจผิด เดินเข้าใกล้พื้นที่อันตราย หรือเกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

4. เพราะตำรวจต้องรักษาความลับของแผนปฏิบัติการ

หลายคนอาจรู้สึกว่าตำรวจให้ข้อมูลช้า แต่ในความเป็นจริง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องชะลอการเปิดเผยรายละเอียดบางอย่าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเข้าควบคุมสถานการณ์ หากแผนปฏิบัติการถูกเปิดเผยก่อนเวลา ผู้ก่อเหตุอาจใช้ข้อมูลนั้นในการวางแผนตอบโต้ หลบหนี หรือก่อเหตุซ้ำ ส่งผลให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุยากขึ้นกว่าเดิม

5. เพราะการ " ไม่แชร์ " ก็เป็นการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่

แม้ประชาชนจะไม่ได้อยู่ในแนวหน้าของการปฏิบัติการ แต่ทุกคนสามารถมีส่วนช่วยลดความสูญเสียได้ เพียงใช้โซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง หากอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ควรตั้งสติ ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ งดไลฟ์สด งดแชร์พิกัด หลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการยืนยัน และหากพบเบาะแสสำคัญ ควรแจ้งตำรวจโดยตรงผ่านสายด่วนหรือช่องทางที่กำหนด แทนการโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย

ทุกการ " ไม่โพสต์ " อาจช่วยรักษาชีวิตใครบางคนไว้ได้

ทุกวันนี้การกดไลฟ์หรือแชร์ทำได้ภายในไม่กี่วินาที แต่ในเหตุการณ์วิกฤต ข้อมูลเพียงภาพเดียวหรือพิกัดเพียงจุดเดียว อาจกลายเป็นข้อมูลที่ผู้ก่อเหตุใช้ประโยชน์ หรือทำให้การช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ยากขึ้น

ดังนั้น  การงดไลฟ์สด งดแชร์พิกัด และรอข้อมูลจากหน่วยงานทางการ จึงไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพในการสื่อสาร แต่เป็นความร่วมมือเล็กๆ ที่อาจช่วยให้ตำรวจยุติสถานการณ์ได้เร็วขึ้น ลดความสูญเสีย และเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตผู้คนในพื้นที่ได้มากที่สุด

แหล่งอ้างอิง : Federal Bureau of Investigation (FBI) – Active Shooter Guide

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก "หนี-ซ่อน-สู้" ยุทธวิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดเหตุกราดยิง หลักสากลที่ทุกคนควรรู้ จับตา "Red Flag" สัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้าม ก่อนเกิดเหตุความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus