สังคม

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 5 พฤติกรรมเสี่ยงความรุนแรงของคน เจอแบบนี้รอบตัวต้องทำอย่างไร

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 5 พฤติกรรมเสี่ยงความรุนแรงของคน เจอแบบนี้รอบตัวต้องทำอย่างไร

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 5 พฤติกรรมเสี่ยงความรุนแรงของคน เจอแบบนี้รอบตัวต้องทำอย่างไร
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 5 พฤติกรรมเสี่ยงความรุนแรงของคน เจอแบบนี้รอบตัวต้องทำอย่างไร

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 5 พฤติกรรมเสี่ยงความรุนแรงของคน เจอแบบนี้รอบตัวต้องทำอย่างไร (70%)

รายละเอียด

อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ 5 พฤติกรรมเสี่ยงความรุนแรงของคน เจอแบบนี้รอบตัวต้องทำอย่างไร

กรมสุขภาพจิตได้แนะนำหลักการ SMI-V Scan (Serious Mental Illness–Violence Scanning) ซึ่งเป็นแนวทางในการสังเกตอาการทางจิตเวชรุนแรงในผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่มีประวัติการใช้สารเสพติดที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง เพื่อให้คนในสังคมช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันความสูญเสียก่อนจะสายเกินไป โดยมีรายละเอียดสัญญาณเตือนและข้อปฏิบัติเมื่อพบเจอ ดังนี้

5 สัญญาณพฤติกรรมอันตรายที่ต้องเฝ้าระวัง

หากพบพฤติกรรมเตือนดังต่อไปนี้ ตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป ควรเริ่มระมัดระวังและดำเนินการช่วยเหลือทันที

ไม่หลับไม่นอน:  ระบบการนอนแปรปรวน ร่างกายไม่ได้พักผ่อนจนส่งผลให้สมองล้าและควบคุมตัวเองได้ยากขึ้น เดินไปเดินมา:  มีอาการกระสับกระส่าย อยู่ไม่สุข พลุ่งพล่าน เดินวนเวียนคล้ายกำลังเผชิญความเครียดอย่างหนัก พูดจาคนเดียว:  เริ่มมีการพึมพำ โต้ตอบ หรือพูดคุยกับตัวเอง ซึ่งอาจเกิดจากภาวะหูแว่วหรือภาพหลอน หงุดหงิดฉุนเฉียว: อารมณ์ร้อนขึ้นอย่างผิดปกติ โกรธง่าย มีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หวาดระแวง : มองคนรอบข้างด้วยความไม่ไว้ใจ คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังควรเฝ้าระวังเพิ่มเติมหากพบ 4 พฤติกรรมแสดงออกที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุรุนแรง ร่วมด้วย ได้แก่ มีพฤติกรรมก้าวร้าว, มีอาการติดแอลกอฮอล์, มีความขัดแย้งกับคนในครอบครัว หรือมีพฤติกรรมแสดงออกว่ามีความคิดที่จะทำร้ายตนเองและผู้อื่น

พบเจอผู้มีพฤติกรรมเหล่านี้ ต้องทำอย่างไร

เมื่อคุณสังเกตเห็นบุคคลรอบข้างหรือคนในชุมชนมีสัญญาณอันตรายข้างต้น กรมสุขภาพจิตแนะแนวทางการปฏิบัติตนไว้ดังนี้

ไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์: เมื่อพบเห็นพฤติกรรมเสี่ยง ควรรีบให้การช่วยเหลือทันทีเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุรุนแรง รับฟัง: เปิดใจรับฟังผู้ป่วยอย่างเข้าใจ แจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: ทำการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที เพื่อให้เข้ามาประเมินอาการ ประเมินความเสี่ยง และให้การดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ติดต่อช่องทางปรึกษา: สามารถโทรขอรับคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

หัวใจสำคัญในการช่วยเหลือ คือ การสังเกตและแจ้งเจ้าหน้าที่นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงระบบการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ไม่ใช่การตีตราหรือเหมารวมว่าผู้ป่วยจิตเวชทุกคนจะต้องก่อเหตุความรุนแรงเสมอไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus