สังคม

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ สั่ง ปภ. ถอดบทเรียนยกระดับมาตรการป้องกัน ย้ำ “การฝึกต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริง”

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ สั่ง ปภ. ถอดบทเรียนยกระดับมาตรการป้องกัน ย้ำ “การฝึกต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริง”

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ (70%)

รายละเอียด

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ

“มท.3” บินด่วนมุกดาหาร ติดตามเหตุสลดเด็ก 10 ขวบขับรถชนพระธุดงค์มรณภาพ สั่ง ปภ. ถอดบทเรียนยกระดับมาตรการป้องกัน ย้ำ “การฝึกต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริง”

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารเป็นการด่วน เพื่อติดตามเหตุการณ์เด็กชายอายุ 10 ปี ขับรถยนต์ของญาติออกจากบ้านก่อนประสบอุบัติเหตุชนพระธุดงค์จนมรณภาพ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชน พร้อมประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ก่อนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ตนได้เป็นประธานเปิดการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติ ประจำปี 2569 (C-MEX26) โดยได้เน้นย้ำกับทุกหน่วยงานว่า การบริหารจัดการสาธารณภัยในปัจจุบันจะต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม การบูรณาการการทำงาน และการปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อให้สามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการเตรียมพร้อมไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อม แต่ต้องสามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้น ทุกนาทีมีความหมายต่อชีวิตของประชาชน การฝึกที่ดีจึงต้องทำให้ทุกหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก้าวล่วงกระบวนการสอบสวน ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องการรับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่ รับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย และนำบทเรียนที่เกิดขึ้นไปพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ

“ทุกความสูญเสียคือบทเรียนที่ภาครัฐต้องเรียนรู้และนำไปปรับปรุงการทำงาน เราไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องใช้ทุกเหตุการณ์เป็นโอกาสในการพัฒนาระบบป้องกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการใน 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่

1. เร่งดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ตามระเบียบของทางราชการ

2. ให้จังหวัดมุกดาหารถอดบทเรียนเหตุการณ์ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

3. ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้บูรณาการเข้ากับการฝึกและการเตรียมความพร้อมของทุกจังหวัด ตามแนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัยแบบบูรณาการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวย้ำว่า นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนได้กำหนดนโยบายให้ทุกหน่วยงานในกำกับปรับรูปแบบการทำงานสู่ “การปฏิบัติการเชิงรุก” โดยเชื่อว่าการบริหารจัดการสาธารณภัยในปัจจุบัน ต้องไม่จำกัดอยู่เพียงการรับมือภัยธรรมชาติ แต่ต้องครอบคลุมทุกเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชนด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus