สังคม

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เข้ารับทราบข้อหาคดี Forex ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยชวนใครลงทุน

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เข้ารับทราบข้อหาคดี Forex ปฏิเสธข่าวเส้นทางการเงิน 142 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชวนใครลงทุน

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เข้ารับทราบข้อหาคดี Forex ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยชวนใครลงทุน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เข้ารับทราบข้อหาคดี Forex ปฏิเสธข่าวเส้นทางการเงิน 142 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชวนใครลงทุน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เข้ารับทราบข้อหาคดี Forex ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยชวนใครลงทุน (70%)

รายละเอียด

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" เข้ารับทราบข้อหาคดี Forex ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยชวนใครลงทุน

เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ "ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์" นักแสดงชื่อดัง พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษตามหมายเรียก เพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในความผิดฐาน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน

และเปิดโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กรณีพบข้อมูลความเกี่ยวข้องทางธุรกรรมกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นกลุ่มโบรกเกอร์ในเครือข่าย และยังพบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต (สงวนนามสกุล) จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 โดยมียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสม 142,919,860.13 บาท

และนอกจากนี้ ฟิล์ม ยังมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน เนื่องด้วยโบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) โดยนอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ก็ยังมีการจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้น ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืนได้

ทำให้ ฟิล์ม ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์รับเทรด เป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการตั้งประเด็นไว้เตรียมสอบถามว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด และมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HF Markets (SV) Ltd อย่างไรบ้าง

โดยทนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช เปิดเผยก่อนพา ฟิล์ม เข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า วันนี้ตนพาลูกความมาพบพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งก็จะต้องชี้แจงเท่าที่พนักงานสอบสวนสอบถาม โดยเฉพาะทุกประเด็นที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วบอกว่าเกี่ยวข้องกับเรา เราก็จะตอบหมด

ส่วนถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเอกสารบางอย่างนั้น เราก็จะมานำส่งให้ภายหลัง นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข้อพิพาทด้านข่าวต่าง ๆ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับ ฟิล์ม เช่น บริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ต่าง ๆ ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มันก็ไม่เกี่ยวกับกระบวนการที่เป็นข่าวอยู่ในตอนนี้เลย

ซึ่งพนักงานสอบสวนเขาก็คงมีหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินที่มาจากบริษัทเพย์เมนต์เกตเวย์ ที่โอนเข้าผู้ถูกกล่าวหารายอื่น ๆ และเงินก็ถูกโอนออก ดังนั้น การที่บอกว่ามีการกระทำการฉ้อโกงนั้น ก็ต้องดูว่าจำนวนเงินนั้น ๆ มันถึงไปผู้ใด ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนสามารถติดตามได้อยู่แล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวกับ ฟิล์ม จริง ๆ

ทนายประมาณ เผยด้วยว่า เรื่องที่มีกระแสข่าวว่า ฟิล์ม รับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 142 ล้านบาทนั้น คนพูดอาจไม่ได้กุ แต่ไม่รู้ใครกุข่าวขึ้นมา แล้วเอาตัวเลขจากไหนมาผูกมาพันกันหมดแบบนี้กลายเป็น 142 ล้านบาท เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ ซึ่งจะรู้ก็ต่อเมื่อฟังในสิ่งที่พนักงานสอบสวนกล่าวหามาก่อนว่ามีตัวเลขอะไรบ้าง

การแจ้งข้อหาก็ตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งไว้เลย แจ้งแบบรวม ๆ สารพัดข้อกล่าวหาตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ เช่น ฉ้อโกง, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ เป็นต้น ทั้งนี้ ตนมองด้วยว่าพื้นฐานการจะออกหมายจับใครนั้น ก็ต้องมีมูล ว่าผู้ต้องหาจงใจหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่

ซึ่งตามหลักการทั่วไป ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ครั้ง หาก 2 ครั้งยังไม่มา ก็คือการจงใจขัดหมายเรียก มีพฤติการณ์จะหลบหนี แบบนี้ถึงจะขอศาลออกหมายจับได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราขอดูข้อกล่าวหาและหลักฐานก่อน ว่าเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็ตามแค่กับข่าวที่ออกมา ยืนยันว่าชี้แจงได้หมด เพราะเราก็ตรวจสอบแล้วว่าในช่วงเวลานั้นๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเลย

ด้าน ฟิล์ม กล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่บอกว่าตนเกี่ยวข้องกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น จริง ๆ ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย แต่คงอาจมีเส้นทางการเงินที่อาจจะมาเกี่ยวโยงกับตัวบริษัทที่ตนเป็นกรรมการอยู่ แต่ย้ำว่าตนไม่ใช่โบรกเกอร์ ไม่เคยชักชวนใครลงทุน และไม่เคยเกี่ยวข้องกับทุกชื่อที่เป็นข่าว ซึ่งก็ทำให้อาจมีการเข้าใจผิดได้

เพราะจริง ๆ แล้วตนเป็นเพียงผู้ทำระบบการบริการเท่านั้น โดยหากย้อนดูตามข่าวจะเห็นว่ามันมีกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่มาติดต่อในส่วนของบริษัทตน เพื่อทำการเชื่อมต่อ ติดต่อ หรือเรื่อง Know-how ความรู้ต่าง ๆ อย่างไรก็ดีตนยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนมองในประเด็นใด หรือเจาะจงไปที่บริษัทแห่งไหนของตน เพราะตนเป็นกรรมการในหลายบริษัทที่รับทำระบบเรื่องนี้

ทั้งนี้ วันนี้ตนมีเอกสารสำหรับประกอบการชี้แจงครบถ้วน อาทิ เอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ตั้งแต่ปี 2566-2569 เป็นต้น เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้ดูเลยว่าเรามียอดเงินรับโอน-จ่ายออกกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด จริงหรือไม่ เพราะตนชี้แจงได้หมดว่าเงินเหล่านั้นโอนไปที่ไหน เพราะอะไร อย่างไรก็ดี ส่วนเหตุใดบริษัทโบรกเกอร์ถึงเลือกติดต่อทำกับบริษัทตนเองนั้น ก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่าบริษัทของตนทำเกี่ยวกับเรื่องซอฟท์แวร์อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่เขาอยากติดต่อมาทำเรื่องการเชื่อมต่อ หรือ MetaCode เป็นต้น และทั้งนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเก่าอย่าง Forex-3D ซึ่งก็คงมีการเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสารข่าว

ฟิล์ม เผยอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวอ้างว่าตนเองมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง รับโอนจากนายภูริทัต (พี่ชาย) จำนวน 142 ล้านบาท นั้น ตนยืนยันว่ามันเป็นข่าวมั่วแน่นอน และไม่มีอยู่จริง เพราะตนอ่านก็ยังงงว่าทำไมตัวเองได้รับเงินขนาดนั้น ส่วนที่มองว่าเป็นข่าวกุหรือข่าวลอย ก็เพราะว่าตัวเลขมันไม่จริง

สำหรับความเกี่ยวข้องกับบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM จำกัด นั้น ตนยืนยันว่าทั้ง 2 บริษัท ไม่ใช่บริษัทของตนเอง

ส่วนเหตุผลว่าทำไมดีเอสไอเปิดเผยผังการสืบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตนเอง ก็จะขอขึ้นไปฟังข้อมูลจากพนักงานสอบสวนก่อน และตนก็ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท QRS Global หรือ น.ส.มัลลิกา (ผู้บริหารบริษัท QRS) เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวข้องและไม่รู้จักกับโค้ชเจมส์อีกด้วย จึงสงสัยว่าเหตุใดจึงมีชื่อของตนเองในสำนวนของดีเอสไอ

อย่างไรก็ตาม ในการขอความเป็นธรรม ตนมองว่าทุกหน่วยงานก็ให้ความยุติธรรมกับประชาชนอยู่แล้ว ตนก็มั่นใจว่าหน่วยงานจะให้ความเป็นธรรมตนเองด้วย และตนก็ผ่านมาแทบทุกกระบวนการซึ่งก็ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากรับฟังก่อนว่ามีอะไรบ้าง

ฟิล์ม เผยด้วยว่า ส่วนชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน และวันนี้ตอนนี้ตนยังไม่กังวลอะไร แค่อยากขอขึ้นไปฟังพนักงานสอบสวนก่อน ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น เพราะก่อนหน้านี้ ได้มีผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายจับและถูกฝากขังศาล ตนมองว่าไม่น่าถึงขนาดนั้น เพราะหน่วยงานน่าจะให้ความเป็นธรรม.

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus