สังคม

จาก “plume de paon” สัญลักษณ์แห่งโชคลาภ สู่ความสง่างามร่วมสมัยในแบบ “Quatre”

ด้วยความหลงใหลในความงดงามของธรรมชาติ “เฟรเดอริก บูเชอรง” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านทุกรายละเอียดของผลงาน โดยหนึ่งในลวดลายทางประวัติศาสตร์ของเมซงอย่าง “Plume de Paon”

จาก “plume de paon” สัญลักษณ์แห่งโชคลาภ สู่ความสง่างามร่วมสมัยในแบบ “Quatre”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ด้วยความหลงใหลในความงดงามของธรรมชาติ “เฟรเดอริก บูเชอรง” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านทุกรายละเอียดของผลงาน โดยหนึ่งในลวดลายทางประวัติศาสตร์ของเมซงอย่าง “Plume de Paon”

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

จาก “plume de paon” สัญลักษณ์แห่งโชคลาภ สู่ความสง่างามร่วมสมัยในแบบ “Quatre” (70%)

รายละเอียด

ด้วยความหลงใหลในความงดงามของธรรมชาติ “เฟรเดอริก บูเชอรง” ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านทุกรายละเอียดของผลงาน โดยหนึ่งในลวดลายทางประวัติศาสตร์ของเมซงอย่าง “Plume de Paon” ปรากฏขึ้นครั้งแรกที่ “Boucheron” ในช่วงทศวรรษ 1860 บนเครื่องประดับผมและเข็มกลัด ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความพลิ้วไหวและความอ่อนช้อย “Plume de Paon” เผยอีกด้านของความหลงใหลในธรรมชาติ ที่เมื่อย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1860 “ขนนกยูง” ได้ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นครั้งแรก ผ่านเครื่องประดับผมและเข็มกลัดก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในลวดลายไอคอนของเมซง เส้นสายที่ดูบางเบาและอ่อนช้อยกลับซ่อนความซับซ้อนของงานช่างฝีมือชั้นสูงไว้ ทั้งความมีมิติ, ความพลิ้วไหว และรายละเอียดของขนนกที่ต้องใช้ความประณีต จนเกิดเป็นเครื่องประดับที่ดูมีชีวิตชีวาและเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับช่างอัญมณีที่ต้องถ่ายทอดการเคลื่อนไหว, เส้นโค้ง, มิติ และราย ละเอียดอันประณีตของขนนกยูงให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษครึ่ง ครีเอทีฟสตูดิโอยังคงรังสรรค์ และตีความ “Plume de Paon” ขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในผลงานขึ้นหิ้งยกให้ “จี้สร้อยคอ plume de paon รุ่นใหม่” ถ่ายทอด รายละเอียดอย่างเป็นธรรมชาติและสมจริง จี้ทองคำขาวประดับด้วยเพชรแบบพาเว่ได้รับการฝังอย่างประณีต ไล่เรียงไปตามแนวโค้งของขนนก ที่คงความเบาบาง และความพลิ้วไหวไปพร้อมกับร่างกายอย่างงดงาม สะท้อนถึงงานฝีมืออันเป็นเลิศ และทักษะความชำนาญอันโดดเด่น กว่า 150 ปีที่ผ่านมา ลวดลาย “Plume de Paon” ยังคงถูกตีความใหม่อย่างต่อเนื่อง และถ่ายทอดสู่ดีไซน์ที่ร่วมสมัยยิ่งขึ้น โดยนำเสนอผ่านการสวมใส่ของซุปตาร์ระดับโลก ไล่ตั้งแต่ “เซียวจ้าน”, “ฮันโซฮี” ไปจนถึง “อันยา รูบิก” ขณะเดียวกัน “ขนนกยูง” ยังซ่อนความหมายทางวัฒนธรรมในฐานะสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เชื่อมโยงกับความมั่งคั่ง, อำนาจ และความใฝ่ฝันอันสูงส่ง ตามความเชื่อของจีนโบราณ “ขนนก” ได้รับการยกย่องให้เป็นเครื่องประดับของบุรุษ และสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง, อำนาจ และความเจริญรุ่งเรือง ในบทกวีจีน “ขนนก” มักสื่อถึงความพลิ้วไหว, การก้าวข้ามขีดจำกัด และการใฝ่หาอุดมคติอันสูงส่ง ความหมายเชิงสัญลักษณ์เหล่านี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่จีนยุคใหม่ยกให้ “ขนนก” เป็นเครื่องหมายแห่งสถานะและโชคลาภ ด้วยรูปทรงประณีตและเส้นสายที่พลิ้วไหว ถ่ายทอดทั้งความสง่างามและแรงบันดาลใจอันงดงาม นอกจากนี้ “Bou cheron” ยังเปิดประตูสู่พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่ซึ่งศิลปะฝรั่งเศสและวัฒน ธรรมตะวันออกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ “โจวตงอวี่” ชวนสัมผัสจุดบรรจบ ของสองวัฒนธรรม ตั้งแต่ความสง่างามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ที่ถูกตีความใหม่ผ่านดีไซน์อาร์ตเดโคไปจนถึงการรังสรรค์ผลงานศิลปะและเครื่องประดับชิ้นเอก ที่เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของศิลปินจากทั้งจีนและฝรั่งเศสเข้าด้วยกันอย่างลงตัว งานนี้ “โจวตงอวี่” สวมใส่คอลเลกชัน “Quatre” อันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ของเมซงผ่านมุมมองร่วมสมัยที่เปี่ยมด้วยสไตล์ นี่คือบทพิสูจน์ถึงจิตวิญญาณอันกล้าท้าทายของ “เฟรเดอริก บูเชอรง” ที่ยังคงมีชีวิต และส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านงานดีไซน์, งานฝีมือชั้นสูง และวิสัยทัศน์ที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์มาจนถึงทุกวันนี้. อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus