การเมือง

รัฐบาลลุยปราบ “นอมินี” ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ชัด “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี”

โฆษกรัฐบาลแจง รัฐบาลเดินหน้าปราบปราม “นอมินี” ตรวจสอบพบแล้วกว่า 6,500 ราย มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี” ชวนแจ้งเบาะแส สายด่วน 1570

รัฐบาลลุยปราบ “นอมินี” ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ชัด “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

โฆษกรัฐบาลแจง รัฐบาลเดินหน้าปราบปราม “นอมินี” ตรวจสอบพบแล้วกว่า 6,500 ราย มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี” ชวนแจ้งเบาะแส สายด่วน 1570

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รัฐบาลลุยปราบ “นอมินี” ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ชัด “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี” (70%)

รายละเอียด

รัฐบาลลุยปราบ “นอมินี” ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ชัด “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี”

โฆษกรัฐบาลแจง รัฐบาลเดินหน้าปราบปราม “นอมินี” ตรวจสอบพบแล้วกว่า 6,500 ราย มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี” ชวนแจ้งเบาะแส สายด่วน 1570

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปราม ธุรกิจนอมินี อย่างจริงจัง โดยยกระดับมาตรการป้องกันทั้งการเชื่อมโยงข้อมูล การขยายผลเชิงรุก และการเพิ่มความรัดกุมของกฎหมาย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาใช้วิเคราะห์และเชื่อมโยงฐานข้อมูลหน่วยงาน เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย

เป้าหมายสำคัญคือ การสกัดการนำสถานะนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ทั้งการฟอกเงินและการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมสร้างระบบธุรกิจที่โปร่งใสและแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในระยะยาว ทั้งนี้  ภายหลังการยกระดับปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 พบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานผลการตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย โดยพบกรณีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% และลักลอบประกอบธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย เบื้องต้นพบว่ามีนิติบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจฝ่าฝืนกฎหมาย จำนวน 6,551 ราย สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 - 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ป้องกันการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย

“นายกรัฐมนตรีอนุทิน (ชาญวีรกูล) เดินหน้าปฏิบัติการลุยปราบธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท สแกมเมอร์-นอมินี-ทุนเทา โดยเฉพาะการปราบปรามการใช้ชื่อแทน (นอมินี) มุ่งเป้าไปที่ขบวนการที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีทำธุรกรรมแทนกลุ่มทุนต่างชาติ เช่น การประกอบธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย การถือครองที่ดิน และธุรกิจที่มีส่วนเชื่อมโยงไปยังธุรกิจสีเทา โดยนายกรัฐมนตรีประกาศชัด “ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี” เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและดูแลความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน สายด่วน 1570”

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus