ไทยรัฐกรุ๊ป-มูลนิธิไทยรัฐ ปั้น 10 โรงเรียนต้นแบบ Active Learning ยกระดับการศึกษาไทยสู่โลกอนาคต
มูลนิธิไทยรัฐจับมือ สพฐ. SCGC และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “โครงการต้นแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” ใน 10 โรงเรียนไทยรัฐวิทยานำร่อง มุ่งสร้างสมรรถนะเด็กไทยผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
นับเมื่อเปิดอ่านอย่างน้อย 8 วินาที วันละครั้งต่อเบราว์เซอร์ · ไม่ใช้คุกกี้ติดตาม
สรุปสั้น
มูลนิธิไทยรัฐจับมือ สพฐ. SCGC และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “โครงการต้นแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” ใน 10 โรงเรียนไทยรัฐวิทยานำร่อง มุ่งสร้างสมรรถนะเด็กไทยผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ ไทยรัฐกรุ๊ป-มูลนิธิไทยรัฐ ปั้น 10 โรงเรียนต้นแบบ Active Learning ยกระดับการศึกษาไทยสู่โลกอนาคต (70%)
รายละเอียด
ไทยรัฐกรุ๊ป-มูลนิธิไทยรัฐ ปั้น 10 โรงเรียนต้นแบบ Active Learning ยกระดับการศึกษาไทยสู่โลกอนาคต
มูลนิธิไทยรัฐจับมือ สพฐ. SCGC และภาคีเครือข่าย เปิดตัว “โครงการต้นแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)” ใน 10 โรงเรียนไทยรัฐวิทยานำร่อง มุ่งสร้างสมรรถนะเด็กไทยผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ปรับการเรียนการสอนสู่โลกอนาคตอย่างยั่งยืน
ไทยรัฐกรุ๊ป โดยมูลนิธิไทยรัฐ จับมือ สพฐ. และภาคีเครือข่ายชั้นนำ เปิดฉากเวิร์กช็อปใหญ่ “โครงการต้นแบบการเรียนรู้เชิงรุก ไทยรัฐวิทยา” (Active Learning Project) คัด 10 โรงเรียนนำร่องจาก 4 ภาค สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่กินได้จริง เน้นลงมือปฏิบัติ แก้ปัญหาจากประสบการณ์ตรง หวังขยายผลความสำเร็จสู่โรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 2-4 เมษายน 2569 ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพฯ มูลนิธิไทยรัฐ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการต้นแบบการเรียนรู้เชิงรุก ไทยรัฐวิทยา” เพื่อขับเคลื่อนสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน
สานต่อปณิธาน “กำพล วัชรพล” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การศึกษาไทย
ในพิธีเปิดโครงการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของคณะครูและผู้บริหารจาก 10 โรงเรียนนำร่องทั่วประเทศ โดยพิธีกรได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่าเกิดขึ้นเพื่อสืบสานปณิธานของ คุณกำพล วัชรพล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและมูลนิธิไทยรัฐ ที่ต้องการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะชีวิตและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัย โดยได้รับความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน
ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประธานในพิธีเปิด ได้กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญว่า ต้องการให้โรงเรียนไทยรัฐวิทยามี “จุดตัด” หรือเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเทียบเท่าโรงเรียนเฉพาะทางชั้นนำ และเน้นย้ำเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในเมือง พร้อมกระตุ้นให้บุคลากรสร้าง “ความยั่งยืน” (Sustainability) ให้เกิดขึ้นในโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้ชื่อของ “ไทยรัฐวิทยา” เป็นเอกภาพและมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
หัวใจคือการปรับ Mindset จากผู้รับสู่ผู้สร้างองค์ความรู้
ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เน้นย้ำถึงหัวใจของการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ว่า
ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
“Active Learning คือหัวใจหลักของกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 คอนเซปต์เหมือนกันแต่ต้องใช้วิธีการที่แตกต่างตามความเหมาะสม ครูอย่าแค่ไปดูงานที่อื่นแล้ว Copy มาทำตามตรง ๆ แต่ต้องเปลี่ยน Mindset สร้างกระบวนการเรียนรู้จากความเข้าใจในพื้นที่ตัวเองจริงๆ”
โครงการนี้มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนบทบาทผู้เรียนจาก “ผู้รับข้อมูล” เป็น “ผู้สร้างองค์ความรู้” ผ่านการตั้งคำถาม อภิปราย และการลงมือปฏิบัติจริง โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นโรงเรียนต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ในอนาคต
เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ สร้างมูลค่าจากขยะสู่ความยั่งยืน
ด้าน ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม SCGC กล่าวถึงแนวทางการสร้างจิตสำนึกผ่านการปฏิบัติที่จับต้องได้
ดร.สุรชา อุดมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการและนวัตกรรม SCGC
“ทุกอย่างถ้าเรียนเฉย ๆ ไม่มีของให้ปฏิบัติ ไม่มีของให้จับต้องได้ การเรียนรู้จะลำบากและไม่ยั่งยืน เราจึงส่งเสริมผ่านโครงการ เช่น ถุงนมกู้โลก เพื่อให้เด็ก ๆ เห็นว่าขยะมีมูลค่าซ่อนอยู่ ถ้าเด็ก ๆ ตระหนักและช่วยกันตั้งแต่น้อง ๆ เขาจะกลายเป็นแกนนำในครอบครัวและขยายผลความยั่งยืนสู่สังคมได้แบบก้าวกระโดด”
SCGC ได้ร่วมสนับสนุนเครื่องมืออย่าง “Waste Wittaya Kit” เพื่อใช้เป็นชุดอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนด้านการจัดการขยะในชีวิตประจำวัน
เจาะลึก 10 โรงเรียนนำร่อง 3 กลุ่มเป้าหมาย
มูลนิธิไทยรัฐได้คัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ 10 แห่ง แบ่งตามประเภทโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ได้แก่
กลุ่มเกษตรและสิ่งแวดล้อม (5 โรงเรียน): เช่น รร.ไทยรัฐวิทยา 10 (นราธิวาส) กับโครงการยุวเกษตรน้อย, รร.ไทยรัฐวิทยา 51 (บึงกาฬ) เรื่องสวนผักพอเพียง และ รร.ไทยรัฐวิทยา 91 (อำนาจเจริญ) เรื่องอ้อยอินทรีย์
กลุ่มการเรียนรู้ฐานชุมชน (3 โรงเรียน): เช่น รร.ไทยรัฐวิทยา 46 (พะเยา) กับนวัตกรรมชาดอกคำใต้ และ รร.ไทยรัฐวิทยา 92 (อุดรธานี) การสร้างรายได้จากเศษผ้าพื้นเมือง
กลุ่มสื่อและเทคโนโลยี (2 โรงเรียน): รร.ไทยรัฐวิทยา 52 (ปัตตานี) กับ Smart Media Studio และ รร.ไทยรัฐวิทยา 84 (ขอนแก่น) พัฒนาโมเดลสื่อสร้างสรรค์
ก้าวต่อไปคือการติดตามผลและสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง
โครงการในเฟสแรกจะดำเนินงานตลอดปีการศึกษา 2569 โดยมีกลไกการติดตามผลอย่างใกล้ชิดผ่านการส่งการบ้านรายเดือน การลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียน และการถอดบทเรียนเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อบ่มเพาะสมรรถนะสำคัญทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้แก่เยาวชนไทยรัฐวิทยาอย่างยั่งยืน
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หัวข้อเหล่านี้อัปเดตข่าวใหม่ใน URL เดิมทุกวัน