สังคม

อาการตาแดง ที่ไม่ธรรมดา เช็กด่วน 3 พฤติกรรมเสี่ยงที่มาในช่วงฤดูฝน อาจทำตาบอดถาวร

เปิดมุมมองจักษุแพทย์เกี่ยวกับโรคตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ เตือนภัยพฤติกรรมยอดฮิตที่อาจทำให้ตาบอดโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีแยกแยะอาการ 3 ชนิด และสัญญาณเตือนวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการตาแดง ที่ไม่ธรรมดา เช็กด่วน 3 พฤติกรรมเสี่ยงที่มาในช่วงฤดูฝน อาจทำตาบอดถาวร
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เปิดมุมมองจักษุแพทย์เกี่ยวกับโรคตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ เตือนภัยพฤติกรรมยอดฮิตที่อาจทำให้ตาบอดโดยไม่รู้ตัว พร้อมวิธีแยกแยะอาการ 3 ชนิด และสัญญาณเตือนวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

อาการตาแดง ที่ไม่ธรรมดา เช็กด่วน 3 พฤติกรรมเสี่ยงที่มาในช่วงฤดูฝน อาจทำตาบอดถาวร (70%)

รายละเอียด

อาการตาแดง ที่ไม่ธรรมดา เช็กด่วน 3 พฤติกรรมเสี่ยงที่มาในช่วงฤดูฝน อาจทำตาบอดถาวร

ตื่นมาตาแดงอย่าชะล่าใจ! โรคตาแดง 3 ชนิด พร้อมเตือนภัยพฤติกรรมเสี่ยง "ตาบอดถาวร" และสัญญาณวิกฤตที่ต้องส่งโรงพยาบาลทันที เผยข้อมูลสำคัญที่คนไทยมักเข้าใจผิดและละเลย

รู้ทัน "โรคตาแดง" สถิติชี้ระบาดทุกปี แต่ทำไมคนไทยยังเสี่ยงตาบอด?

อาการ "ตาแดง" หรือ "เยื่อบุตาอักเสบ"   เป็นความผิดปกติทางดวงตาที่พบได้บ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง จากสถิติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยโรคตาแดงเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลทั่วประเทศเป็นจำนวนหลักหมื่นราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดหลัก

แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าตาแดงเป็นเรื่องธรรมดาที่ "เดี๋ยวก็หายเอง" แต่ในความเป็นจริง จักษุแพทย์ระบุว่าโรคตาแดงมีหลายประเภท และมีบางพฤติกรรมรวมถึงเชื้อบางชนิดที่เป็นอันตรายอย่างเฉียบพลัน หากรักษาไม่ถูกวิธีอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นหรือ เสี่ยงตาบอด ถาวรได้

ตารางเปรียบเทียบ ตาแดง 3 ชนิดยอดฮิต สังเกตอาการอย่างไร?

ประเภทโรคตาแดง สาเหตุหลัก อาการเด่นที่ต้องสังเกต ความเสี่ยงและการติดต่อ 1. ชนิดไวรัส เชื้อ Adenovirus น้ำตาไหลพราก ขี้ตาใส เป็นทีละข้างแล้วลาม ติดต่อง่ายมากผ่านการสัมผัส 2. ชนิดแบคทีเรีย เชื้อแบคทีเรียทั่วไป / เชื้อหนองใน ขี้ตาข้นเหนียว สีเหลือง-เขียว ลืมตายาก อันตรายสูงสุด เสี่ยงกระจกตาทะลุ 3. ชนิดภูมิแพ้ ไรฝุ่น, เกสร, ขนสัตว์ คันตาอย่างรุนแรง ตาบวมฉ่ำน้ำ ไม่ใช่โรคติดต่อ

เจาะลึก 3 ชนิดวายร้าย และ "มุมมืด" ที่คนมักละเลย

1. ตาแดงจากเชื้อไวรัส กับ "กับดัก" ยาหยอดตาผสมสเตียรอยด์

ตาแดงชนิดนี้ติดต่อง่ายและแพร่กระจายเร็วที่สุด มักเริ่มจากตาข้างหนึ่งแล้วลามไปอีกข้างภายในไม่กี่วัน สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ตัวเชื้อไวรัส แต่คือ "พฤติกรรมการซื้อยาหยอดตาเอง"

คำเตือนจากจักษุแพทย์ คนไข้จำนวนมากสับสนระหว่างตาแดงจากไวรัสกับตาแดงจากภูมิแพ้ แล้วไปซื้อยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาใช้เอง ยาสเตียรอยด์จะไปกดภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้เชื้อไวรัสเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หากโชคร้ายเป็นเชื้อไวรัสกลุ่มเริมอาจทำให้เกิดแผลกดลึกที่กระจกตาจนตาบอดได้

2. ตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย วิกฤต "เชื้อหนองใน" หลอมกระจกตาใน 48 ชม.

โดยทั่วไปเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เกิดขี้ตาข้นสีเขียวหรือเหลืองตื่นมาตาแฉะจนลืมตาไม่ขึ้น แต่กรณีที่อันตรายที่สุดคือการติดเชื้อ "เนสเซอเรีย โกโนเรีย" หรือเชื้อหนองใน ซึ่งสามารถเข้าสู่ดวงตาได้จากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งจากอวัยวะเพศที่มีเชื้อ

เชื้อหนองในมีความสามารถพิเศษที่น่ากลัวคือ "สามารถเจาะทะลุเยื่อบุตาและกระจกตาที่สมบูรณ์ได้โดยตรง" ต่างจากเชื้ออื่นที่ต้องรอให้ตาเป็นแผลก่อน เชื้อนี้จะทำให้เกิดหนองไหลเยิ้มตลอดเวลา และสามารถหลอมกระจกตาให้ทะลุได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง หากรักษาไม่ทันท่วงที ดวงตาข้างนั้นจะบอดสนิททันที

3. ตาแดงจากภูมิแพ้ ความทรมานที่ไม่ใช่โรคติดต่อ

เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองไวต่อสารก่อภูมิแพ้ อาการเด่นคือ "คันตาจนอยากขยี้" ตาแดงเรื่อๆ และบวมฉ่ำน้ำ แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อและไม่ทำให้ตาบอดโดยตรง แต่ภัยเงียบคือ "การขยี้ตาอย่างรุนแรงและเรื้อรัง" อาจทำให้กระจกตาโก่งตัวผิดรูปส่งผลให้สายตาเอียงอย่างรุนแรงและภาพมัวลงในระยะยาว

ไขข้อข้องใจ "มองตาคนเป็นตาแดง" ติดต่อได้จริงหรือ?

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่อยู่คู่สังคมไทยมานานคือ การมองตาผู้ป่วยตาแดงจะทำให้เราติดโรคไปด้วย ซึ่ง "ไม่เป็นความจริง" กรมควบคุมโรคชี้แจงว่า เชื้อไวรัสและแบคทีเรียไม่สามารถบินผ่านอากาศจากการมองหน้ากันได้ การติดเชื้อเกิดจาก "การสัมผัสโดยตรง" เช่น การใช้มือที่เปื้อนเชื้อไปขยี้ตา การใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน หรือการถูกน้ำตาและสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วยกระเด็นเข้าตาเท่านั้น

สัญญาณเตือนอันตราย ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

หากมีอาการตาแดง ห้ามรอดูอาการหรือซื้อยาหยอดตาเองเด็ดขาดหากพบอาการร่วมดังต่อไปนี้

1. การมองเห็นแย่ลง  รู้สึกตามัวลง มองภาพไม่ชัดเหมือนเดิม (ตาแดงทั่วไปจะไม่ทำให้ตามัว)

2. สู้แสงไม่ได้ รู้สึกปวดตาหรือแสบตาอย่างรุนแรงเมื่อเจอแสงสว่าง

3. ปวดลึกในเบ้าตา  มีอาการปวดตุบๆ ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เคืองตา

4. ขี้ตาเป็นหนองสด มีหนองไหลซึมออกมาตลอดเวลา เช็ดเท่าไรก็ไม่หมด

วิธีปฏิบัติตนและป้องกันเพื่อไม่ให้ "ตาแดง" ลุกลาม

งดใส่คอนแทคเลนส์ หากมีอาการตาแดงเด็ดขาด ให้เปลี่ยนไปสวมแว่นตาแทนจนกว่าจะหายดี แยกของใช้ 100%  ผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน เครื่องสำอาง ห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่น กักตัวหยุดงาน/เรียน อย่างน้อย 3–5 วันนับจากเริ่มมีอาการ เพื่อลดวงจรการระบาดในชุมชน หมั่นล้างมือ ด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสบริเวณใบหน้า

การรักษาสุขอนามัยของดวงตาและการเข้าพบจักษุแพทย์อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอาการผิดปกติ คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องดวงตาคู่สำคัญของคุณให้ปลอดภัยและห่างไกลจากความเสี่ยงในการสูญเสียการมองเห็น

ข้อมูล กรมประชาสัมพันธ์

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus