จับตาครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่
การประชุม FOMC นัดแรกของ "เควิน วอร์ช" ประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ 3.8% และโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่แบงก์ชาติไทยย้ำนโยบายผ่อนคลาย
สรุปสั้น
การประชุม FOMC นัดแรกของ "เควิน วอร์ช" ประธานเฟดคนใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ 3.8% และโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่แบงก์ชาติไทยย้ำนโยบายผ่อนคลาย
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ จับตาครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่ (70%)
รายละเอียด
จับตาครั้งแรกของประธานเฟดคนใหม่
อยากลงทุนหุ้นอเมริกา แต่หุ้นเทคฯแพงแล้ว หรือจะไป Non-Tech ดี? | Money Issue EP.68
เปิดน่านฟ้าเสรี “กัมพูชา-สหรัฐฯ”
การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ครั้งถัดไป วันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 นี้ ถือเป็นการประชุมฯนัดแรกอย่างเป็นทางการของ “เควิน วอร์ช” Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความคาดหวังที่แตกต่างกันไปของตลาด
โดยเฉพาะความคาดหวังของ ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งออกมาย้ำล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายความถึงเงินเฟ้อเสมอไป! แล้วประเทศหนึ่งจะก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้อย่างไร หากไม่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ” แสดงความคาดหวังชัดเจนว่า “เควิน วอร์ช” ผู้เติบโตมากับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
และในช่วงก่อนหน้า “วอร์ช” ก็มีมุมมองในลักษณะที่ “สามารถมองข้ามการเร่งตัวของเงินเฟ้อ” หากมาจากการเพิ่มของประสิทธิภาพการผลิตที่มาจากการใช้ความก้าวหน้าของ AI ในการมาช่วยเพิ่มผลิตภาพ นอกจากนั้น “วอร์ช” ยังมีมุมมอง และความเข้าใจที่ดีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งทำให้มีการคาดหมายว่า เขาเป็นพวก Dovish หรือสายพิราบ สามารถยืดหยุ่นนโยบายการเงินได้มากกว่านักเศรษฐศาสตร์สาย Hawkish หรือสายเหยี่ยว ที่มุ่งมั่นสกัดเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ซึ่งเดือนล่าสุด เม.ย.ที่ผ่านมา เงินเฟ้อสหรัฐฯอยู่ที่ 3.8% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่าเป้าเงินเฟ้อของสหรัฐฯที่ควรจะไม่เกิน 2% ผลจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับ “วอร์ช”
เพราะ ณ วันนี้ ตลาดเริ่มเปลี่ยนการคาดการณ์จาก “เฟดจะลดดอกเบี้ยได้เมื่อไหร่” ไปเป็น “เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วแค่ไหน” หรือจะ “คงดอกเบี้ย” ซื้อเวลาต่อไปเรื่อยๆ
ทั้งนี้ การตัดสินใจของ “วอร์ช” และเฟดในช่วงนี้ถือว่า มีอิทธิพลต่อตลาดอย่างยิ่ง โดยหากเฟดมีแนวโน้มเปลี่ยนจากการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ดับฝันยุคดอกเบี้ยขาลงปรับสู่ขาขึ้น ก็น่าจะสร้างความผันผวนรอบใหม่ในสินทรัพย์ทั่วโลก โดยเฉพาะราคาทองคำ และจะสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ไม่น้อย
ขณะที่ในส่วนตัวของ “เควิน วอร์ช” ยืนยันว่า การตัดสินใจของเขาจะเป็นตาม “ตัวเลขเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง” เป็นหลัก ซึ่งคงต้องจับตากันต่อไป หลังจากมี “อำนาจเต็ม” ในฐานะประธานเฟดแล้ว โฉมหน้าที่แท้จริงของ “เควิน วอร์ช” จะออกมาหล่อเหลาแค่ไหน
กลับมาที่บ้านเรา ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “วิทัย รัตนากร” ยืนยันจะใช้ “นโยบายการเงินผ่อนคลาย” เพื่อลดการเป็นอุปสรรคในการประคับประคองเศรษฐกิจ โดยหากไม่มีเซอร์ไพรส์อื่นใด “ดอกเบี้ยนโยบาย” ของไทยคงอยู่ในระดับนี้จนถึงสิ้นปี 69 โดยคาดว่าแม้เงินเฟ้อบางเดือนจะสูงโดดไปบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่ทำให้เสถียรภาพเศรษฐกิจต่ำลง.
คลิกอ่านคอลัมน์ “ กระจก 8 หน้า ” เพิ่มเติม
กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ