สังคม

“กฤต” เปิดหน้า รับเป็นคนในคลิปเสียงตบทรัพย์โกงสอบ ขอโทษ “ทรงศักดิ์” ทำเสื่อมเสีย

“กฤต” เปิดหน้าเข้าพบพนักงานสอบสวน ยอมรับเป็นบุคคลในคลิป ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต พร้อมยกมือขอโทษรองนายกรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง และประกาศดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิปเสียงไปเผยแพร่

“กฤต” เปิดหน้า รับเป็นคนในคลิปเสียงตบทรัพย์โกงสอบ ขอโทษ “ทรงศักดิ์” ทำเสื่อมเสีย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“กฤต” เปิดหน้าเข้าพบพนักงานสอบสวน ยอมรับเป็นบุคคลในคลิป ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต พร้อมยกมือขอโทษรองนายกรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง และประกาศดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิปเสียงไปเผยแพร่

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“กฤต” เปิดหน้า รับเป็นคนในคลิปเสียงตบทรัพย์โกงสอบ ขอโทษ “ทรงศักดิ์” ทำเสื่อมเสีย (70%)

รายละเอียด

“กฤต” เปิดหน้า รับเป็นคนในคลิปเสียงตบทรัพย์โกงสอบ ขอโทษ “ทรงศักดิ์” ทำเสื่อมเสีย

“กฤต” เปิดหน้าเข้าพบพนักงานสอบสวน ยอมรับเป็นบุคคลในคลิป ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต พร้อมยกมือขอโทษรองนายกรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิง ซึ่งไม่เกี่ยวข้อง และประกาศดำเนินคดีกับผู้ที่นำคลิปเสียงไปเผยแพร่

จากกรณีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ส่งทนายแจ้งความเอาผิด น.ส.กานดาภร มณีปุณยากุล หรือส้ม นายพงศกร เสาร์ทน หรือกฤต และผู้เผยแพร่ คือ “บังแจ็ค” เนื่องจากเผยแพร่คลิปโยงโกงสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใส่ร้ายหวังดิสเครดิตการเมือง

ล่าสุดที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 1 ก.ค.69 นายพงศกร เสาร์ทน หรือกฤต อายุ 46 ปี ชาว จ.ขอนแก่น อาชีพรับเหมาก่อสร้าง พร้อมนายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ชัยรัตน์ ธรรมสีหา สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าของคดีดังกล่าว เพื่อแสดงตัวตนและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่

นายพงศกร เสาร์ทน กล่าวภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 1 ชม. ว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อต้องการยืนยันว่าตนเป็นบุคคลในคลิปเสียงจริง และเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบ พร้อมระบุว่าได้ให้เหตุผลทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่าเหตุใดจึงมีการเอ่ยชื่อบุคคลต่าง ๆ ในคลิป

ทั้งนี้ บางช่วงบางตอนของการให้สัมภาษณ์ นายกฤต ได้ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมกล่าวขออภัยต่อ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับความเสียหายจากการถูกพาดพิงในคลิปเสียง ยืนยันว่า นายทรงศักดิ์ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตสอบแต่อย่างใด เช่นเดียวกับตนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่า หลักฐานที่สังคมรับรู้ในขณะนี้เป็นเพียงคลิปเสียง ขณะที่คดีทุจริตเพิ่งมีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายกฤต กล่าวว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับ “คุณส้ม” กรณีที่มีการนำบทสนทนาส่วนตัวระหว่างคนสองคนไปเผยแพร่สู่สาธารณะ ก่อให้เกิดความเสียหาย ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงและเจตนาของผู้เผยแพร่คลิป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคลิปเสียงที่หลุดออกมา นายกฤต ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าไม่มีการต่อรองผลประโยชน์หรือแสวงหาผลประโยชน์จากการสนทนาดังกล่าว และเหตุผลที่พูดข้อความต่าง ๆ ในคลิปนั้น ได้ให้การไว้กับพนักงานสอบสวนแล้ว เนื่องจากเป็นประเด็นที่อยู่ในสำนวนคดี ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้

สำหรับกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า การสนทนาในคลิปมีจุดประสงค์เพื่อนำข้อมูลไปส่งต่อให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนั้น นายกฤต ระบุว่า ได้ให้รายละเอียดไว้แล้วในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ และขอไม่กล่าวซ้ำ เพราะขณะนี้คดีเข้าสู่กระบวนการกฎหมายแล้ว พร้อมย้ำว่า “ความจริงมีหนึ่งเดียว” และอยากให้สังคมติดตามข้อเท็จจริงที่จะปรากฏในภายหลัง รวมถึงต้องการให้มีการเปิดโปงขบวนการทุจริตทั้งหมด

นายกฤต กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกับนายทรงศักดิ์เป็นการส่วนตัว และที่ออกมาชี้แจงครั้งนี้ก็เพื่อแสดงความเสียใจและขออภัยที่ทำให้รองนายกรัฐมนตรีได้รับผลกระทบจากการถูกพาดพิงในคลิป

ส่วนความสัมพันธ์กับ “คุณส้ม” นายกฤต ระบุว่า รู้จักกันจากการมีผู้แนะนำ และพบพูดคุยกันเพียงครั้งเดียว ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แม้ลักษณะการสนทนาในคลิปจะดูสนิทสนม แต่เป็นเพราะตนเป็นคนพูดคุยกับผู้อื่นได้ง่าย ส่วนรายละเอียดว่าใครเป็นฝ่ายติดต่อใคร และรายละเอียดการพูดคุย ขอให้เป็นข้อมูลในสำนวนคดี

“ผมเป็นคนที่พูดจาแล้วก็สนิทกับทุกคนไวนะ เพราะฉะนั้นน้ำเสียงเรานี่มันฟังแล้วดูอบอุ่น” พร้อมหันกลับมาถามนักข่าวว่า “เราสนิทกันหรือยัง ถ้ายังไม่สนิท มันต้องพูดเยอะกว่านี้ ถ้าสนิทเราค่อยพูดเยอะกว่านี้”

นอกจากนี้ นายกฤต ระบุว่า ไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนของ “คุณส้ม” แต่ยืนยันว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง ไม่ใช่ AI และยอมรับว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตน พร้อมย้ำอีกครั้งว่าออกมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการพาดพิงบุคคลสำคัญจนได้รับความเสียหาย

ด้าน นายยุทธพงศ์ เพชรโชติ ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลใด แต่เป็นการเข้าให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้รวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่าใครเป็นผู้บันทึกหรือเผยแพร่คลิป รวมถึงพิจารณาว่ามีเจตนาทำให้ นายกฤต ได้รับความเสียหายหรือไม่ หากพบว่ามีผู้กระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับทุกคนที่เกี่ยวข้องทันที

ทนายความ ระบุเพิ่มเติมว่า ส่วนคดีที่นายทรงศักดิ์ มาแจ้งความต่อนายกฤต เมื่อวานนี้ ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายกฤต เนื่องจากการเข้าพบครั้งนี้เป็นการเดินทางมาด้วยตนเอง ไม่ได้เข้าพบตามหมายเรียก มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงตัว ยืนยันว่าไม่หลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการสอบสวนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายกฤต ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีส่วนพัวพันกับการทุจริตสอบบรรจุ และไม่ได้มีผู้ใดเอ่ยชื่อตนในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด พร้อมระบุว่าตนอยู่ในแวดวงการเมือง จึงรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมาก แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งยืนยันว่า หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกให้ไปให้ข้อมูล ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกประการ

ภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายกฤต ได้เดินไปขึ้นรถเพื่อเตรียม แต่ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายกฤตว่า การกระทำในวันนี้เป็นการแก้เกี้ยวหรือไม่ นายกฤตตอบว่า “ใครจะมาแก้เกี้ยวในลักษณะแบบนี้ ถ้าตนกระทำผิดจริง ตนจะกล้ามาแสดงตนหรอ” ส่วนจะแจ้งความกับเพจที่ปล่อยคลิปเสียงด้วยหรือไม่นั้น ตอบว่า “เดี๋ยวว่ากัน”

เมื่อถามว่านายทรงศักดิ์ มีการพูดถึงนายกฤต ได้เห็นหรือไม่ นายกฤต ตอบว่า “เห็นแล้ว” ส่วนจะกังวลหรือไม่ว่าจะถูกตามเช็คบิลย้อนหลังหรือไม่ นายกฤต ตอบเพียงว่า “ก็นิดหนึ่ง”

ช่วงเวลาเดียวกันที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเพจ “CSI LA” เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อขอให้โอนคดีทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียง “ส้ม-กฤต” ไปที่กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากมองว่าเป็นผู้เสียหายชุดเดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน การกระทำผิดลักษณะเดียวกัน หากรวมสำนวนจะง่ายต่อการพิจารณาคดี แม้คนที่เผยแพร่คลิปที่มีการแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เป็นคนละเพจกันก็ตาม โดยเพจ CSI LA ถูกปลัดกระทรวงมหาดไทยแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ส่วนที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ส่งทนายแจ้งความเพจ “บังแจ็ค” ไว้เมื่อวานนี้

ทนายอั๋น ยังแฉขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีผู้เสียหายร้องทุกข์ผ่านตนรวม 14 คน เป็นกลุ่มผู้เข้าสอบจากจ.ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ได้จ่ายเงินให้กับปลัด อบต.และปลัดเทศบาลในพื้นที่ มีหลักฐานเป็นแชตข้อความและหลักฐานการโอนเงินคนละ 6 แสนบาท โดยบางคนจ่ายมัดจำ 50,000 บาทมายืนยัน แต่กลับไม่ได้รับการบรรจุ โดยเครือข่ายของปลัดฯ กลุ่มนี้ เป็นคนละกลุ่มกับปลัดจังหวัดภูเก็ตที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้

วันพรุ่งนี้ (2 ก.ค.) ตนจะพาผู้เสียหายไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นภายในสัปดาห์นี้จะพาไปร้องต่อพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับปลัดในท้องที่ต่างๆ ที่เป็นนายหน้า เหมือนที่แจ้งความดำเนินคดีกับปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ส่วนคดีที่เพจ CSI LA ถูกแจ้งความไว้ที่กองปราบ เนื่องจากคลิปเสียงมีการพาดพิงถึงภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เพจ CSI LA ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องการฟ้องกลับ แต่หากปลัดกระทรวงมหาดไทยไม่ถอนฟ้อง เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาล จะหารือเรื่องฟ้องกลับต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus