เมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" เชื่อมโยงโรคมะเร็งท่อน้ำดี เช็กอาการป่วย-วิธีป้องกัน
เปิดเมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" เชื่อมโยง "โรคมะเร็งท่อน้ำดี" เช็กอาการป่วยระยะเริ่มแรก-ปานกลาง-รุนแรง พร้อมแนะวิธีการป้องกัน
สรุปสั้น
เปิดเมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" เชื่อมโยง "โรคมะเร็งท่อน้ำดี" เช็กอาการป่วยระยะเริ่มแรก-ปานกลาง-รุนแรง พร้อมแนะวิธีการป้องกัน
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ เมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" เชื่อมโยงโรคมะเร็งท่อน้ำดี เช็กอาการป่วย-วิธีป้องกัน (70%)
รายละเอียด
เมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" เชื่อมโยงโรคมะเร็งท่อน้ำดี เช็กอาการป่วย-วิธีป้องกัน
เปิดเมนูเสี่ยง "พยาธิใบไม้ตับ" เชื่อมโยง "โรคมะเร็งท่อน้ำดี" เช็กอาการป่วยระยะเริ่มแรก-ปานกลาง-รุนแรง พร้อมแนะวิธีการป้องกัน
จากกรณีประชาชนกำลังให้ความสนใจข่าวการติดเชื้อ "พยาธิใบไม้ตับ" หลังจากที่ สสจ.มหาสารคาม ได้นำเสนอถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ จ.มหาสารคาม พบว่า จากการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่ไปจำนวน 20,000 คน พบว่ามีอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 11%
ในขณะที่มีการตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2569 โดยมีการตรวจนิสิตใหม่ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จำนวน 12,700 กว่าคน พบว่ามีคนติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากถึง 4,233 คน คิดเป็น 33% ในขณะที่มีการตรวจคัดกรองนักศึกษาใหม่ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 1,922 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวน 380 ราย หรือคิดเป็น 19% ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำหรับ โรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchiasis) เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ โรคนี้เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในคนไทย
อาการระยะเริ่มแรก "โรคพยาธิใบไม้ตับ"
แน่นท้อง ท้องอืด ปวดหลัง อ่อนเพลีย ผอมลง เบื่ออาหาร เจ็บในท้องบริเวณใต้ชายโครง ใต้ลิ้นปี่ ออกร้อนที่หน้าท้องชายโครงขวาและหลัง ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
ตับโต ถุงน้ำดีโต ดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
มีไข้ น้ำหนักลด ท้องมาน เท้าบวม ตับโตและกดเจ็บ ตัวเหลือง ตาเหลือง อุจจาระสีซีดหรือเทา ปัสสาวะสีเข้ม
ทั้งนี้ ทางเดินท่อน้ำดีโป่งพอง เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หรือเชื้อโรคจากท่อน้ำดี เข้าสู่กระแสเลือดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตได้
เมนูที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เสี่ยงก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี
ก้อยปลา ลาบปลาดิบ ปลาส้ม ปลาร้าดิบ ปลาจ่อม หม่ำปลา
วิธีการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ
1. กินอาหารที่ทำจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาวต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน
2. ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาดก่อนปรุงอาหาร ก่อนกินอาหารและหลังขับถ่ายอุจจาระ
3. ถ่ายอุจจาระลงในส้วม และทิ้งสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันไข่พยาธิแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม
4. ส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิ และอัลตร้าซาวด์หามะเร็งท่อน้ำดีในผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5. กินยารักษาเมื่อตรวจพบว่าติดโรคพยาธิ และเลิกกินปลาดิบหรือปลาสุกๆ ดิบๆ.
ขอบคุณข้อมูล กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข