สังคม

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม

"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" เรียก 17 จังหวัดภาคเหนือประชุมรับมืออุทกภัย สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวัง "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม พร้อมรับมือตลอด 24 ชม.

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" เรียก 17 จังหวัดภาคเหนือประชุมรับมืออุทกภัย สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวัง "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม พร้อมรับมือตลอด 24 ชม.

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม (70%)

รายละเอียด

ปภ. เรียก 17 จังหวัดประชุมรับมืออุทกภัย สั่งเฝ้าระวัง "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม

"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" เรียก 17 จังหวัดภาคเหนือประชุมรับมืออุทกภัย สั่งทุกจังหวัดเฝ้าระวัง  "ฝนตกหนัก" เดือนสิงหาคม พร้อมรับมือตลอด 24 ชม.

วันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) โดยมีนายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิในพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะในภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ส่วนเดือนกันยายนและตุลาคม ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลง และจะไปตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าอย่างรัดกุม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

สำหรับสถานการณ์อุทกภัย พบว่า จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง อาทิ จังหวัดเชียงรายซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 3 อำเภอ ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลาย ระดับน้ำซึ่งผลจากการตั้ง "วอร์รูมคู่ขนาน" เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถปกป้องพื้นที่เขตเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัย

ขณะที่จังหวัดเพชรบูรณ์มวลน้ำป่าจาก อ.หล่มเก่า ได้ไหลสมทบเข้าท่วมพื้นที่รอบนอก อ.หล่มสัก เจ้าหน้าที่ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการแจ้งเตือนล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast ช่วยให้ประชาชนเตรียมพร้อมเก็บของขึ้นที่สูงได้ทันสถานการณ์

ส่วนจังหวัดพิษณุโลก ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำในลำน้ำเฟียเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ประชาชน โดยหน่วยงานระดับพื้นที่และศูนย์ ปภ. เขต 9 ได้บูรณาการนำเครื่องจักรกลสาธารณภัย เรือท้องแบน เรือพลาสติก และเครื่องสูบน้ำ เข้าช่วยเหลือและเร่งระบายน้ำอย่างทันท่วงที

ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ แม้ต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม แต่มีการวางมาตรการเชิงรุกป้องกันน้ำท่วมขังเขตเมืองอย่างรัดกุม ประกอบกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังคงรองรับน้ำได้ดี ทำให้สถานการณ์ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทางด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ยังได้สั่งเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เตรียมความพร้อมและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยอย่างเข้มข้น โดยด้านการเตรียมความพร้อมและการเผชิญเหตุ ให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์ เพื่อพร้อมสนับสนุนการเผชิญเหตุอย่างรวดเร็ว และประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และเครือข่ายมูลนิธิกู้ภัย ช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ พื้นที่เขตเศรษฐกิจและเขตเมืองให้บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ เพื่อลดปัญหาน้ำรอการระบาย รวมถึงสำรองสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบางให้เพียงพอ ที่สำคัญให้ทุกพื้นที่สื่อสารสร้างความตระหนักรู้เรื่องสาธารณภัยและการแจ้งเตือนประชาชน

ซึ่งนอกจากการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast และในสื่อสังคมออนไลน์แล้ว ให้ทุกพื้นที่สื่อสารข่าวสถานการณ์และแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบในทุกช่องทางในพื้นที่ อาทิ หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน และใช้กลไกของผู้นำชุมชนหมู่บ้านช่วยกันแจ้งเตือนสมาชิกในชุมชน รวมถึงประสานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสื่อสารข่าวสาธารณภัย ผ่านช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักรับรู้ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่เสี่ยง และทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยข้อความที่เข้าใจง่าย กระชับ ให้ประชาชนรับทราบและเตรียมตัวได้ทันท่วงที โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้ แต่ต้องไม่ตื่นตระหนก

สำหรับประชาชนสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ภัยได้ทาง Facebook: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X:@DDPMNews, Line: @1784DDPM และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus