สังคม

“ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง

เบิกตัว “ทนายตั้ม” พร้อมกับภรรยา ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง เจ้าตัวมีท่าทีมั่นใจ แต่ผอมลงน้ำหนักลงไปหลายกิโล ขอซักค้านพยานฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง เนื่องจากมีความรู้ด้านกฎหมาย

“ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

เบิกตัว “ทนายตั้ม” พร้อมกับภรรยา ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง เจ้าตัวมีท่าทีมั่นใจ แต่ผอมลงน้ำหนักลงไปหลายกิโล ขอซักค้านพยานฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง เนื่องจากมีความรู้ด้านกฎหมาย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

✓ “ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง (70%)

รายละเอียด

“ทนายตั้ม” ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง ขอซักค้านพยานด้วยตัวเอง

เบิกตัว “ทนายตั้ม” พร้อมกับภรรยา ขึ้นศาลเผชิญหน้า “เจ๊อ้อย” สู้คดีฉ้อโกง เจ้าตัวมีท่าทีมั่นใจ แต่ผอมลงน้ำหนักลงไปหลายกิโล ขอซักค้านพยานฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง เนื่องจากมีความรู้ด้านกฎหมาย เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษและ น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย โจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม, นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาของทนายตั้ม และ น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม กับพวก รวม 7 รายเป็นจำเลยในความผิดฐาน ฉ้อโกง, ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน และ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน โดยเช้าวันนี้ น.ส.จตุพร หรือ เจ๊อ้อย เดินทางมาถึงศาลอาญา ประมาณ 08.40 น. ด้วยท่าทีมั่นใจ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นอกจากนี้นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้เดินทางมายังศาลเพื่อให้กำลังใจเจ๊อ้อย รวมถึงสังเกตการณ์ กล่าวว่า คดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ศาล ศาลแพ่ง และ ศาลอาญา ซึ่งศาลแพ่ง ได้มีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท ที่ถูก ปปง. อายัดให้คืนกับทนายตั้ม เนื่องจากเห็นว่าเหตุผลและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกง อันเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน นายปานเทพ กล่าวว่า อัยการสืบพยานเพียง 1 ปาก ซึ่งเป็นพนักงานเอกสารของ ปปง. เท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายสืบสวน ตนมองว่า เป็นข้อที่ทำให้คดีอ่อน และปรากฏว่าอัยการไม่ได้ซักค้านทนายตั้มและภรรยา แต่ผลคดีแพ่ง ไม่ได้ส่งผลทางคดีของอาญา ซึ่งผลคดีอาญา จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลคดีแพ่งได้ และการเบิกความในวันนี้ น.ส.จตุพร จะเป็นปากแรกในการเบิกความ ด้านนายพินิจ ลักษณวิศิษฏ์ ทนายความของทนายตั้ม ระบุว่าวันนี้ศาลต้องเบิกตัวทนายตั้มมาจากเรือนจำ และทนายตั้มจะเป็นคนถามซักค้านฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถทำได้เนื่องจากตัวจำเลยมีความรู้ด้านกฎหมาย และทนายตั้ม สามารถซักค้านโจทก์ในชุดนักโทษเรือนจำ และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการสืบพยานโจทก์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ทนายตั้มเดินเข้าห้องพิจารณาคดีมาจากเรือนจำ พบว่าทนายตั้ม เดินมากับภรรยา และมีท่าทีมั่นใจ สวมชุดเรือนจำ เสื้อยืดสีครีมคาดแดงที่ไหล่ซ้าย ใส่กางเกงวอร์มขายาวสีดำ ที่ข้อเท้ามีโซ่ตรวน ซูบผอมลง จากการสอบถามระบุ น้ำหนักลงไปหลายกิโล รวมถึงยังมีการทักทายสื่อมวลชนที่รอหน้าห้องพิจารณาคดีสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องพิจารณาคดี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus