“ไอติม” แฉกระบวนการ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี
“พริษฐ์” แฉ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด บี้ ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี “ฮั้วข้ามกระดาน” ระหว่าง กกต. และฝ่ายการเมือง ทำกระบวนการยุติธรรมไทยดำสนิท
สรุปสั้น
“พริษฐ์” แฉ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด บี้ ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี “ฮั้วข้ามกระดาน” ระหว่าง กกต. และฝ่ายการเมือง ทำกระบวนการยุติธรรมไทยดำสนิท
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ “ไอติม” แฉกระบวนการ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี (70%)
รายละเอียด
“ไอติม” แฉกระบวนการ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี
“พริษฐ์” แฉ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด บี้ ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี “ฮั้วข้ามกระดาน” ระหว่าง กกต. และฝ่ายการเมือง ทำกระบวนการยุติธรรมไทยดำสนิท
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีขบวนการจัดตั้งเครือข่ายฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือที่นายพริษฐ์ระบุว่าควรเรียกว่าขบวนการ “โกง สว.” เนื่องจากมีพฤติกรรมทั้งการจัดตั้ง แลกคะแนน รวมถึงการจ้างคนมาสมัครและจ้างโหวตเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ โดยคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาในชั้นของ DSI สูงถึง 229 คน ซึ่งมีรายชื่อของทั้ง สส. และรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วย
นายพริษฐ์ ได้เปิดเผยข้อมูลหลักฐานชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าขบวนการนี้เครือข่ายใหญ่โตกว่าที่คิด โดยไล่เลียงหลักฐานเป็นรายจังหวัด อาทิ จังหวัดนครพนม มีคลิปเสียง สว. รายหนึ่งโทรเสนอเงิน 6 หลัก แลกกับการโหวต พร้อมอุดหนุนค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานบิลค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 31,000 บาท รวมถึงมีการนัดประชุมกลุ่มผู้สมัคร สว. ที่โรงแรมตัวย่อ K.R. ริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีอดีตรองประธานสภาฯ จากพรรคการเมืองหนึ่งเข้าร่วมด้วย ส่วนที่ จังหวัดหนองบัวลำภู พบเส้นทางเงินที่ภรรยาหรือผู้ช่วยของ สว. คนหนึ่ง โอนเงินไปให้ผู้สมัครรายอื่นอย่างน้อย 8 คน รวม 15 ครั้ง ยอดหลักหมื่นบาท แลกกับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. เพื่อแบ่งเงินเดือนในอนาคต
นอกจากนี้ ยังพบพิรุธในอีกหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสิงห์บุรี มีการนัดหมายที่ร้านอาหารก่อนพาขึ้นรถไปที่นครนายกอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง จังหวัดสุโขทัย ผู้สมัคร สว. ต้องไปเซ็นใบลาออกต่อหน้าผู้ที่ปัจจุบันกลายมาเป็น สส. และมีไลน์ทีมงานกำชับวิธีตอบคำถามเจ้าหน้าที่ ตลอดจน จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีลักษณะบีบให้เซ็นใบลาออกต่อหน้ารัฐมนตรีคนหนึ่ง นายพริษฐ์จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดสอบพยานไปกว่า 753 ปาก เอกสารนับพันหน้า แต่ DSI กลับสรุปสำนวนเสนออัยการสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น พร้อมตัดพ้อว่า รมว.ยุติธรรม กำลังใช้มาตรฐานที่แตกต่างจากคดี FOREX เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ที่สามารถเปิดผังและเอ่ยชื่อนักการเมืองได้อย่างชัดเจน ทั้งที่คดีนี้สืบสวนมานานกว่า 200 วันแล้ว
“หากภายในต้นเดือนกันยายนนี้ กกต. มีมติเป่าคดีทั้งหมด แล้ว DSI เอาการเป่าคดีของ กกต. มาเป็นหลังพิงเพื่อเป่าคดีในฝั่งตนเองด้วย มันจะแสดงว่าประเทศนี้ไม่ได้มีแค่การฮั้ว สว. แต่กำลังฮั้วกันทั้งกระดาน ระหว่าง กกต. DSI และฝ่ายการเมือง เพื่อค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน และกำลังจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของเราจากที่เทาอยู่แล้ว ดำสนิท” นายพริษฐ์ ระบุ
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า คดีฮั้ว สว. ดังกล่าว มีการแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร และสมคบกันฟอกเงินกับผู้ต้องหาไปแล้ว 8 คน ซึ่งเป็นข้อมูลเท่าที่ตนรับทราบ เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีเจ้าหน้าที่ DSI หรืออัยการคดีพิเศษเข้ามารายงานรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินในสำนวนอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่ามูลเหตุหลักของคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งยังไม่ได้มีมติชี้ขาด และมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเพราะผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว ตนในฐานะรัฐมนตรีจึงไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการสอบสวนได้
ส่วนกรณีการสั่งปลดและโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า เป็นการปรับโอนตามระเบียบกฎหมายปกติ เนื่องจากอดีตปลัดกระทรวงฯ ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปีแล้ว จึงต้องย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีเบื้องหลังทางการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับการไม่สนองนโยบายโยกย้ายกำลังพลใน DSI แต่อย่างใด สำหรับคำถามและข้อห่วงใยอื่น ๆ ของนายพริษฐ์ ตนไม่สามารถตอบรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ได้