สังคม

"ฟิล์ม" รับทราบข้อกล่าวหา "สส.ภาวุธ" ด้วย ในคดีฟอเร็กซ์ ปัดเกี่ยวฉ้อโกง

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" และ "ภาวุธ" สส.พรรคประชาชน เข้าพบดีเอสไอ (DSI) รับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอเร็กซ์และฉ้อโกง ทั้งคู่ปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันเส้นทางการเงินตรวจสอบได้

"ฟิล์ม" รับทราบข้อกล่าวหา "สส.ภาวุธ" ด้วย ในคดีฟอเร็กซ์ ปัดเกี่ยวฉ้อโกง
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" และ "ภาวุธ" สส.พรรคประชาชน เข้าพบดีเอสไอ (DSI) รับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอเร็กซ์และฉ้อโกง ทั้งคู่ปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันเส้นทางการเงินตรวจสอบได้

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

"ฟิล์ม" รับทราบข้อกล่าวหา "สส.ภาวุธ" ด้วย ในคดีฟอเร็กซ์ ปัดเกี่ยวฉ้อโกง (70%)

รายละเอียด

“ฟิล์ม-รัฐภูมิ” โล่ง หลังดีเอสไอ สอบเครียดกว่า 6 ชม. รับเคยถือหุ้นอีเธอร์เวลธ์แค่ 1% ปัดไม่ใช่โบรกเกอร์และไม่เคยชักชวนใครลงทุน เตรียมยื่นเส้นเงินปี 62 เคลียร์ เพิ่ม ด้านทนายยันลูกความไม่รู้จัก “ภาวุธ-โค้ชเจมส์” เป็นการส่วนตัว ขณะที่ “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. มาตามนัดรับทราบข้อกล่าวหา คดีฟอเร็กซ์และฉ้อโกงประชาชนตามหมายเรียก หลังก่อนหน้าขอเลื่อนมารอบ เจ้าตัวปัดตอบสื่อ ทีมงาน อ้างรอสอบ“ฟิล์ม-ภาวุธ” พบดีเอสไอรับทราบข้อหาคดีฟอเร็กซ์ เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 3 ส.ค. ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี ชั้น 2 โถงดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายรัฐภูมิ หรือฟิล์ม โตคงทรัพย์ นักแสดงชายชื่อดัง และนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความส่วนตัว เข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กรณีมีข้อมูลพบความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินของบริษัท อีเธอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัทโบรกเกอร์ต่างประเทศ HF Markets (SV) Ltdสืบเนื่องจากการสืบสวนของดีเอสไอ พบรายการรับโอนเงินจากนายภูริทัต จำนวน 6,000,100 บาท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 มียอดรวมมูลค่าธุรกรรมสะสมสูงถึง 142,919,860.13 บาท รวมถึงมีความเชื่อมโยงกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) นอกเหนือจากในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ยังจดทะเบียนในหมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้นายรัฐภูมิ หรือฟิล์ม ถูกตั้งประเด็นสอบปากคำในฐานะกลุ่มโบรกเกอร์รับเทรด ในข้อหาเบื้องต้นฉ้อโกง และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯนายประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ลูกความมาในฐานะผู้ต้องหา พร้อมชี้แจงทุกประเด็นตามหลักฐานที่มี ยืนยันว่ากระแสข่าวที่ระบุว่านายรัฐภูมิรับโอนเงินจากนายภูริทัตสูงถึง 142 ล้านบาทนั้น เป็นการกุข่าวและนำตัวเลขมาผูกโยงกัน ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรต้องรอฟังจากปากพนักงานสอบสวน มั่นใจว่ากระบวนการออกหมายเรียกและหมายจับต้องมีมูลและให้ความเป็นธรรมต่อมาช่วงเย็น นายรัฐภูมิกล่าวหลังให้ปากคำกว่า 6 ชม.ว่า หลังชี้แจงข้อกล่าวหา รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ เพราะทำให้ได้รับทราบข้อกล่าวหา รู้ว่าไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด หลังจากนี้จะกลับไปเตรียมเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเพิ่มเติมเข้ามาชี้แจงภายหลัง ส่วนบริษัท HFM จำกัด พนักงานสอบสวนไม่ได้กล่าวหาถึงถามแค่เรื่องบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เท่านั้น รวมไปถึงบริษัท QRS Global ก็ไม่เกี่ยวกับตน เป็นไปได้ว่าบริษัทเหล่านี้อาจพันกับคนอื่นเพราะมีหลายส่วนโยงกัน ย้ำว่าในปี 2568-2569 ตนกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ไม่เกี่ยวข้องกันแล้วนายรัฐภูมิเผยต่อว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอหาว่า ตนชักชวนมีหน้าที่เป็นโบรกเกอร์หรือมีลูกทีมนั้น ดีเอสไอไม่ได้มีหลักฐานตรงนี้ เพราะไม่เคยชักชวนใคร สำหรับบริษัท แมสค์ คิ้วท์ จำกัด หรือชื่อใหม่ คือ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด เคยเป็นผู้ถือหุ้นจริงแต่เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ บทบาทก็น้อยนิดหากเทียบกับผู้อื่นในบริษัท ถ้าดูจากรูปคดี พบว่าตัวบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร เลยสบายใจขึ้น เข้าใจได้ว่าอาจทำให้ใครเข้าใจผิด แต่เรามาชี้แจงให้ถูกต้อง หน่วยงานก็ให้ความเป็นธรรมจริงๆ ทั้งนี้เอกสารที่ต้องนำมาเพิ่มเติมภายหลังจะเป็นเส้นเงินบางส่วนในปี 2562ขณะที่ทนายประมาณเสริมว่า กรณีบริษัทจำพวก Payment Gateway ได้โอนมาที่บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด แล้วมีโอนมาที่บัญชีนายรัฐภูมิ ลูกความตนไม่มีความสนิทรู้จักกันเป็นการส่วนตัวกับโค้ชเจมส์, น.ส.มัลลิกา ผู้บริหาร QRS, รวมถึงกรณีนายภาวุธ ไม่เคยรู้จักหรือได้เจอในวงการเทรดมาก่อนเลยก่อนหน้านี้ เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ กรณีคดีซื้อขายฟอเร็กซ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน หลังจากนายภาวุธขอเลื่อนหมายเรียกจากวันที่ 31 ก.ค. ไปเป็นวันที่ 3 ส.ค. ให้เหตุผลว่ายังไม่เห็นหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 และติดประชุมกรรมาธิการ พนักงานสอบสวนรับทราบให้เลื่อนมีรายงานว่า เมื่อนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ มาถึงบริเวณชั้น 2 โถงดีเอสไอ ได้ไปยืนหลบอยู่หน้าห้องน้ำ เมื่อผู้สื่อข่าวเห็นพยายามจะสอบถาม แต่นายภาวุธได้หันหลังเดินกอดอกออกจากหน้าห้องน้ำ ไปยืนรอลิฟต์กับทีมงาน โดยที่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด มีเพียงการชี้แจงจากทีมงานว่าเมื่อนายภาวุธให้ปากคำเสร็จสิ้น จะให้สัมภาษณ์ภายหลังต่อมาเวลา 18.30 น. นายภาวุธเปิดเผย หลังให้การเสร็จสิ้นว่า มาตามหมายเรียกดีเอสไอ พร้อมนำหลักฐานทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ ก็อยู่ในสำนวนทุกอย่างหมดแล้ว ยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด เพราะข้อหาหลายอย่างที่มีการแจ้งเข้ามา ได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาอย่างบริสุทธิ์ใจ ถ้ามีข้อคำถามเพิ่มเติม หรือต้องการข้อมูลใดเพิ่ม ยินดีที่จะนำข้อมูลมามอบให้ภายหลัง นอกจากนี้ กรณีข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินที่มีปรากฏตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ 800 กว่าล้านบาทนั้น ยืนยันว่าในวันนี้พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งพฤติการณ์เรื่องเงินจำนวนนี้เลย อีกทั้งในการตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน ตนมีหลักฐานนำมาให้ดีเอสไอทั้งหมดแล้ว ฉะนั้น มั่นใจได้ว่าเส้นทางการเงินทั้งหมดไม่ได้มีที่มาจากการสแกมเมอร์ หรือไปหลอกลวงประชาชนแต่อย่างใด เป็นเงินที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเงินที่ปรากฏความเชื่อมโยง 28 ล้านบาท ยืนยันคำเดิมว่าได้มาจากการเทรดทองคำ และก็มีส่วนอื่นๆ อีกด้วย ชี้แจงได้ ส่วนถามว่าเป็นการตั้งข้อหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่นั้น มองว่าก็แอบกังวลนิดหนึ่ง แต่เข้าใจเจ้าหน้าที่ เพราะมั่นใจในการชี้แจง และเราก็ไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง ไม่มีหลบหนีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus