สังคม

รายแรกของไทย! "นมวาริช" จากเทือกเขาภูพาน สินค้า GI น้องใหม่สกลนคร ต้อนรับวันดื่มนมโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนคนไทยดื่ม “นมวาริช” ฉลองวันดื่มนมโลก (1 มิ.ย.) ชูคุณภาพนม GI น้องใหม่จากจังหวัดสกลนครสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี

รายแรกของไทย! "นมวาริช" จากเทือกเขาภูพาน สินค้า GI น้องใหม่สกลนคร ต้อนรับวันดื่มนมโลก
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนคนไทยดื่ม “นมวาริช” ฉลองวันดื่มนมโลก (1 มิ.ย.) ชูคุณภาพนม GI น้องใหม่จากจังหวัดสกลนครสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

รายแรกของไทย! "นมวาริช" จากเทือกเขาภูพาน สินค้า GI น้องใหม่สกลนคร ต้อนรับวันดื่มนมโลก (70%)

รายละเอียด

รายแรกของไทย! "นมวาริช" จากเทือกเขาภูพาน สินค้า GI น้องใหม่สกลนคร ต้อนรับวันดื่มนมโลก

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ชวนคนไทยดื่ม “นมวาริช” ฉลองวันดื่มนมโลก (1 มิ.ย.) ชูคุณภาพนม GI น้องใหม่จากจังหวัดสกลนครสร้างมูลค่าการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี

เนื่องใน “วันดื่มนมโลก” (World Milk Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิถุนายน ของทุกปี กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ขอร่วมส่งเสริมการบริโภคนมและสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทย

ประกาศขึ้นทะเบียน “นมวาริช” จากอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ของไทย และเป็น GI สินค้านมรายการแรก สะท้อนศักยภาพของนมโคคุณภาพจากแหล่งผลิตท้องถิ่น ช่วยยกระดับสินค้าชุมชนและเพิ่มมูลค่าทางการตลาด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมดื่มนมไทยคุณภาพดีฉลองวันดื่มนมโลก เพื่อสุขภาพที่ดี ร่วมสนับสนุนเกษตรกรและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการนำทรัพย์สินทางปัญญามาต่อยอดสร้างมูลค่า

ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ตามแนวนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) โดยมุ่งผลักดันให้กลไกการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เป็นมากกว่าเครื่องหมายรับรองคุณภาพและแหล่งกำเนิดสินค้า แต่เป็นเครื่องมือสำคัญ

ในการเพิ่มมูลค่า สร้างจุดขาย และเสริมศักยภาพสินค้าชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างแบรนด์ นวัตกรรม และการเชื่อมโยงแหล่งผลิตสู่เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเกษตรกรรม

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “นมวาริช” เป็น GI ของจังหวัดสกลนคร สินค้าดังกล่าวถือเป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกร

ในสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มาอย่างต่อเนื่อง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระราชทานการสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน อุปกรณ์ เทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาบุคลากร และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปน้ำนมดิบ ตลอดจนขยายการผลิตเป็นนมพาสเจอไรซ์ นมยูเอชที และอาหารสัตว์ได้อย่างครบวงจร

นางอรมน กล่าวว่า นมวาริช เป็นน้ำนมโคแท้ 100% จากแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ผลิตในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน ซึ่งมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์จากเขื่อนน้ำอูนและอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหยาด และมีอากาศเย็นสบาย ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสม จึงเอื้อต่อการทำเกษตรและสามารถปลูกพืชอาหารสัตว์ได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้น้ำนมโคที่ได้มีสีขาวนวล เนื้อสัมผัสเข้มข้น รสชาติ

หวานละมุน และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ โดยปัจจุบัน สหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด มีสมาชิกเกษตรกร 86 ราย มีปริมาณการผลิตสูงถึง 16,869,871 กล่องต่อปี โดยจำหน่ายในราคากล่องละ 8 บาท (250 มล.) สร้างมูลค่าทางการตลาดกว่า 134 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ พื้นที่การเลี้ยงโคนมและโรงงานแปรรูปของสหกรณ์ฯ

ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agritourism) เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตนมสดแท้แบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงโคนม การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มว่า เนื่องในวันดื่มนมโลกประจำปี 2569 ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้บริโภคนม GI ไทยคุณภาพ “นมวาริช” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และคุณค่าจากแหล่งผลิตท้องถิ่นของจังหวัดสกลนคร โดยนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรและเศรษฐกิจชุมชนไทยอีกด้วย พร้อมกันนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าทางโภชนาการของนมโค รวมถึงบทบาทของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ

นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นเดินหน้าภารกิจส่งเสริมและคุ้มครองสินค้า GI ไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้า การปกป้องสิทธิของชุมชน และการขยายโอกาส สินค้า GI ไทยสู่ตลาดโลก เพื่อให้สินค้า GI ไทยได้รับการยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ หากประชาชน ผู้ประกอบการ หรือเกษตรกร ต้องการขอรับคำปรึกษาด้านสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โทรสายด่วน 1368 เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th และ Facebook: GI Thailand

อ่านข่าว " นโยบายรัฐ " เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus