5 ช่องทางลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีที่ไหนบ้าง
เช็กเลย 5 ช่องทางลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีที่ไหนบ้าง ย้ำเงื่อนไข - ตรวจสอบคุณสมบัติเกณฑ์ใหม่ ใครมีสิทธิได้บ้าง หากลงทะเบียนไม่ผ่าน ต้องทำยังไง
สรุปสั้น
เช็กเลย 5 ช่องทางลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีที่ไหนบ้าง ย้ำเงื่อนไข - ตรวจสอบคุณสมบัติเกณฑ์ใหม่ ใครมีสิทธิได้บ้าง หากลงทะเบียนไม่ผ่าน ต้องทำยังไง
ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
✓ 5 ช่องทางลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีที่ไหนบ้าง (70%)
รายละเอียด
5 ช่องทางลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีที่ไหนบ้าง
เช็กเลย 5 ช่องทางลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 มีที่ไหนบ้าง ย้ำเงื่อนไข - ตรวจสอบคุณสมบัติเกณฑ์ใหม่ ใครมีสิทธิได้บ้าง หากลงทะเบียนไม่ผ่าน ต้องทำยังไง
ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ซึ่งผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ต้องทำการลงทะเบียนยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทุกราย โดยสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ขณะที่ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดำเนินการสำรวจผู้ที่มีคุณสมบัติและยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. ซึ่งมีขั้นตอนและช่องทางการลงทะเบียนดังนี้
เช็กช่องทาง "ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" มีที่ไหนบ้าง
ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ต้องทำการลงทะเบียนยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทุกราย โดยสามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง
2. แอปพลิเคชันทางรัฐ
3. เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
4. เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
5. หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง : ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา จะดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และลงทะเบียนข้อมูล ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. โดยเจ้าหน้าที่ของ มท. กทม. และเมืองพัทยา จะอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนในพื้นที่โดยตรง
ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ปี 2569 รู้ผลวันไหน
สำหรับการประกาศผลผู้ลงทะเบียน จะมีในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง
พร้อมทั้งเปิดให้ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแต่ยังไม่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน เข้าไปยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง และสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ผ่าน ต้องทำยังไง
สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบผ่านช่องทาง แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง ได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 กรกฎาคม 2569
โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
เช็กคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
สำหรับผู้มี "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ในปัจจุบัน จะต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" ตามเกณฑ์ใหม่ ดังนี้
1. มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้ ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
3. มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
5. ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท
6. ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
7. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้
ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่ กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
8. ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน