สังคม

“รมว.สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบสิทธิทำกิน อส.12 ให้คนอยู่กับป่า 49 หมู่บ้าน กว่า 7,700 ไร่

“สุชาติ” รมว.ทส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบหนังสือรับรองสิทธิทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ อส.12 ให้ชาวบ้าน 49 หมู่บ้าน 1,594 ครัวเรือน กว่า 7,700 ไร่ พลิกนโยบายคนอยู่กับป่า

“รมว.สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบสิทธิทำกิน อส.12 ให้คนอยู่กับป่า 49 หมู่บ้าน กว่า 7,700 ไร่
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“สุชาติ” รมว.ทส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบหนังสือรับรองสิทธิทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ อส.12 ให้ชาวบ้าน 49 หมู่บ้าน 1,594 ครัวเรือน กว่า 7,700 ไร่ พลิกนโยบายคนอยู่กับป่า

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“รมว.สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบสิทธิทำกิน อส.12 ให้คนอยู่กับป่า 49 หมู่บ้าน กว่า 7,700 ไร่ (70%)

รายละเอียด

“สุชาติ” รมว.ทส. ลงพื้นที่เชียงใหม่ มอบหนังสือรับรองสิทธิทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ อส.12 ให้ชาวบ้าน 49 หมู่บ้าน 1,594 ครัวเรือน กว่า 7,700 ไร่ พลิกนโยบายคนอยู่กับป่าวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12 ก และ อส.12 ข) ณ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับ สำหรับการดำเนินงานครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ นายสุชาติ ได้เป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12 ก และ อส.12 ข) ณ ห้องประชุมพิทักษ์ภัย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) พร้อมเปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงฯ มีความตั้งใจจริงที่จะทลายข้อจำกัดและความเหลื่อมล้ำ โดยการมอบเอกสารสิทธิ์ อส.12 ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การให้สิทธิ์ทำกิน แต่เป็นการสร้างเสถียรภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ประชาชน เพื่อให้ “คนอยู่กับป่า” ได้อย่างเกื้อกูลกัน ประชาชนมีรายได้ที่มั่นคง และร่วมทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาในการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนต่อไปนายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความขัดแย้งระหว่างคนกับป่า ให้เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” โดยการมอบหนังสือรับรอง อส.12 ซึ่งการดำเนินการในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยหรือทำกิน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีรายได้ที่มั่นคง และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ซึ่ง 95 เปอร์เซ็นต์คือประชาชนจริงๆ อีก 5 เปอร์เซ็นต์ คือการบุกรุก ซึ่งมีอีกกลุ่มคือกลุ่มที่ยังไม่ได้รับสิทธิ ซึ่งในวันนี้หากทางนายก อบจ.เชียงใหม่ ไม่ได้มาช่วยก็จะไม่มีพื้นที่จริงๆ เรื่องงบประมาณเป็นสิ่งจำเป็น หาก อบจ. แต่ละจังหวัดเข้ามาช่วยก็จะทำให้เกิดการทำงานที่เร็วขึ้น โดยพื้นที่ป่าไม้ ประมาณ 12.5 ล้านไร่ และอุทยานฯ อีกประมาณ 4 ล้านไร่ เมื่อรวมกันแล้วเกือบ 20 ล้านไร่ เมื่ออธิบดีกรมอุทยานฯ ของบประมาณไปแล้ว ก็ไม่มีงบประมาณมา จึงได้นายก อบจ.เชียงใหม่ เข้ามาช่วย ซึ่งทางป่าไม้ก็พยายามที่จะทยอยออก และหาเงินมาได้บางส่วนจากแหล่งท่องเที่ยวที่เข้ามา ซึ่งอยากจะทำอย่างไรก็ได้ให้คนอยู่กับป่าให้ได้ยกตัวอย่างเช่นที่ดินในพื้นที่อุตรดิตถ์ อีก 2 เดือนจะจบ ที่ดินของเขื่อนสิริกิติ์ที่มีปัญหาอยู่ พี่น้องประชาชนยังไม่ได้ที่ดินทำกินของตนเองคืน และเป็นป่าถาวรด้วย ซึ่งมีการต่อสู้กันมากว่า 50 ปี 57 ปี มีการสะสมระยะเวลากันมายาวนานมาก ด้านงบประมาณขณะนี้ทางป่าไม้และอุทยานฯ ก็โดนตัด ซึ่งทางอุทยานฯ โดนตัดไป 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งหากมีงบกลางก็อาจจะเข้าไปขอความเห็นใจกับท่านนายกรัฐมนตรี งบไม่กี่ร้อยล้านบาทก็ทำได้แล้ว แต่ทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิตและได้รับความเป็นธรรมในสังคมไทย และได้รับข้อมูลว่าบางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา หากไม่มีไฟฟ้า เรื่องประปาก็ไม่ต้องพูดถึง ถนนไม่มี เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก็จะถูกบอกว่าอยู่ในพื้นที่บุกรุก แล้วจะถูกฝังใจไปจนถึงรุ่นลูกเขารัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง และสามารถอยู่ร่วมกับผืนป่าได้อย่างสมดุล เมื่อประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต ก็จะร่วมกันรักษาป่าให้เป็นทรัพยากรของลูกหลานในอนาคต นี่คือเป้าหมายสำคัญของนโยบายรัฐบาลที่เรากำลังผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผมขอร้องชาวบ้านที่ได้รับหนังสือรับรองในวันนี้ช่วยเก็บรักษาที่ดินนี้ไว้ให้ลูกหลานทำกินตลอดไป ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กล่าวรายงานถึงผลสำเร็จของโครงการภายใต้แนวคิด “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” โดยก่อนเริ่มพิธีการ นายสุชาติได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ ผลิตภัณฑ์ชุมชนของราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และรับชมวีดิทัศน์สรุปผลการจัดสรรและบริหารจัดการที่ดินตามนโยบายรัฐบาล ก่อนมอบหนังสือรับรองฯ ให้แก่ผู้แทนราษฎร ซึ่งตัวแทนชาวบ้านได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลและกระทรวงฯ ที่ช่วยปลดล็อกความกังวลใจ ให้สามารถทำมาหากินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายสำหรับหนังสือรับรองสิทธิ์ อส.12 ดังกล่าว เป็นผลจากการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วนของคณะกรรมการพิจารณาผลการสำรวจการครอบครองที่ดิน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ที่ได้ลงพื้นที่รังวัดสอบทานและตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรัดกุม ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 8 แห่ง ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่เลา-แม่แสะ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย, อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, อุทยานแห่งชาติออบหลวง, อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และอุทยานแห่งชาติผาแดงนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ระบุเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานในครั้งนี้ สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ถึง 49 หมู่บ้าน รวม 1,594 ราย จำนวนแปลงที่ดินทั้งสิ้น 2,121 แปลง คิดเป็นเนื้อที่รวม 7,704.56 ไร่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ ช่วยให้ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างภาคภูมิใจโดยไม่ต้องหลบซ่อน และพร้อมแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการดูแลรักษาผืนป่าโดยรอบ ทั้งนี้ บรรยากาศภายในพิธีจัดขึ้นอย่างสมเกียรติและอบอุ่น โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ตลอดจนข้าราชการและส่วนงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกับประชาชนในพื้นที่อย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่), นายสมเกียรติ ยอดมาลี ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์, นางสายสุดใจ ชุนเชาวฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนางฟิลิปดา พิพัฒน์เกษม ชาวบ้านแม่เลิม หมู่ที่ 2 ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า ตนเป็นชาวเขาบ้านอยู่บนดอย ไม่มีไฟฟ้า ประปา ถนนดินก็ไม่ดี ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปตรวจสอบก็กลัวจะถูกยึดที่ดินทำกิน จะถูกจับ ไม่รู้ว่าจะโดนเมื่อไหร่ และได้สอบถามไปหลายครั้งจากทางเทศบาลฯ ว่า เมื่อไหร่ไฟฟ้าจะเข้ามา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าก็ทำให้ไม่สามารถเข้ามาดำเนินการได้ทันที แต่เมื่อได้รับเอกสารสิทธิ์นี้แล้ว ความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็จะดีขึ้น ทางเทศบาลฯ ก็บอกว่า สามารถเข้ามาช่วยเหลือและพัฒนาความเป็นอยู่ให้กับชาวบ้านได้ เพราะมีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องแล้ว ชาวบ้านก็ดีใจอย่างมาก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus