กีฬา

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ ตั้งข้อสังเกต TOR เอื้อประโยชน์กลุ่มคนสนิทในรัฐบาล-ล็อกสเปก พร้อมเรียกให้ข้อมูล กมธ.ติดตามงบฯ 18 มิ.ย.นี้

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ ตั้งข้อสังเกต TOR เอื้อประโยชน์กลุ่มคนสนิทในรัฐบาล-ล็อกสเปก พร้อมเรียกให้ข้อมูล กมธ.ติดตามงบฯ 18 มิ.ย.นี้

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ (70%)

รายละเอียด

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ

“ไอซ์ รักชนก” แนะ “ไชยชนก” เบรกโครงการ Thailand AI Passport ขู่ยื่น ป.ป.ช. หากลุยต่อ ตั้งข้อสังเกต TOR เอื้อประโยชน์กลุ่มคนสนิทในรัฐบาล-ล็อกสเปก พร้อมเรียกให้ข้อมูล กมธ.ติดตามงบฯ 18 มิ.ย.นี้

วันที่ 2 มิ.ย. 2569 นางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าจะมีการทบทวนโครงการ  “Thailand AI Passport”  ว่าตอนนี้คาดหวังอยากให้หยุดพักโครงการดังกล่าวไปก่อน แม้ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ชนะโครงการ แต่สิ่งที่จ่ายไปนั้นน่าจะคุ้มค่ากับการที่เราสามารถรักษาผลประโยชน์ก้อนใหญ่ของประชาชนได้ ฝากไปยังนายไชยชนกให้พับโครงการนี้ หากไม่อยากต้องมีคดีความในสำนักงาน ป.ป.ช. หรือไม่อยากให้ชื่อเสียงต้องป่นปี้ไปมากกว่านี้ ทางที่ดีที่สุดคือพักโครงการดังกล่าว และไปทบทวนให้ละเอียดรอบคอบมากกว่านี้ ปิดช่องว่างในแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีโออาร์ที่เหมือนล็อกสเปกให้คนคนเดียว ที่เมื่อเชื่อมโยงไปแล้วได้รับโครงการภาครัฐจากรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งเป็นข้อใหญ่ที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ โดยในรายละเอียดเรื่องการคำนวณโทเค็นที่ว่าจะจ่ายเงินให้เท่าไหร่นั้น ก็ยังไม่มีความชัดเจน พร้อมย้ำว่าจุดยืนของพรรคประชาชนคืออยากให้มีการพับโครงการนี้ สั่งได้โดยเร่งด่วนทันทีเพราะมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว

ด้านนายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า อยากชวนคิดว่าหากไม่ทำโครงการดังกล่าว แล้วนำเงิน 1,600 ล้านบาทไปทำโครงการอื่นที่ดีกว่าการเช่าและหมดไป โอกาสนี้เป็นการรวมตัวของคนไอทีออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สิ่งที่บ้านเราขาดอยู่เสมอคือเป็นคนที่บริโภคเทคโนโลยีอยู่ตลอด อย่างไทยแลนด์ 4.0 แต่เมื่อเอาเข้าจริงสุดท้ายแล้วนโยบายรัฐอาจไม่เคยสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล ซึ่งยังต้องไปจับคู่กับอุตสาหกรรมอื่นที่มุ่งเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ เกษตร การท่องเที่ยว สามารถทำให้ยั่งยืนกว่านี้ได้ พร้อมยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ไม่ได้ซื้อและหมดไปแต่ตั้งศูนย์สร้างคนโดย AI เป็นแค่เครื่องมือ จะดีขึ้นหรือแย่ลงอยู่ที่คนใช้ จุดหลักต้องกลับมาดูว่าจะเพิ่มศักยภาพให้ประเทศนี้แข่งขันได้อย่างไร มิฉะนั้นเราจะติดอยู่กับบาร์ของสังคมว่าคนที่ประสบความสำเร็จในประเทศนี้หลังจากนี้คือคนที่แข่งขันได้จริงหรือคนที่รู้จักใคร เราอยากให้ประเทศนี้โตไปเป็นแบบไหน และคนรุ่นต่อไปจะเชื่อในค่านิยมแบบไหน ซึ่งในอดีตอาจจะมีคำว่ากินอิฐหินปูนทราย แต่คนรุ่นนี้อาจจะกินแอปพลิเคชันแทนก็ได้ ดังนั้นหากเปลี่ยนให้ยั่งยืนกว่านี้ได้ ก็จะทำให้ผลลัพธ์ดีกว่านี้ และที่ผ่านมาก็เคยมีการยกเลิกโครงการอยู่แล้ว ซึ่งมีวิธีปฏิบัติอยู่แล้ว

ส่วนหากโครงการนี้ถูกดำเนินการไป นางสาวรักชนกกล่าวว่า สิ่งที่เสียแน่ ๆ คือเงิน 1,600 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามและข้อสงสัยว่าไม่ใช่ประชาชน 5,000,000 คนที่ได้ใช้ AI ตนเองตั้งข้อสังเกตว่าไม่ทำโครงการมาเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ แต่เป็นการชงโครงการขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่ง ซึ่งใกล้ชิดกับใครในรัฐบาลหรือไม่มากกว่า สุดท้ายแล้วสาระสำคัญอยู่ที่ทีโออาร์ว่าล็อกสเปกให้กับคนที่มีจออยู่ทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่ชัดเจน ตนเองไม่ได้กล่าวหา แต่เป็นการล็อกสเปกชัดเจน โดยทั่วไปโครงการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ เมื่อเขียนทีโออาร์จะระบุว่าต้องการการเข้าถึงเท่าไหร่ ซึ่งไม่ได้ทำตามหลักการทั่วไปของทีโออาร์ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ แต่กลับกัน ในเรื่องคอลเซ็นเตอร์กลับใช้หลักทั่วไปในการพิจารณาทีโออาร์

ส่วนจะต้องชดเชยเท่าไหร่นั้น นางสาวรักชนกกล่าวว่า ต้องไปสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่เสียส่วนน้อยเพื่อรักษาเงินก้อนใหญ่เอาไว้ถือเป็นประโยชน์ของประชาชนที่เรามองว่าน่าจะดีที่สุด และเคยยกเลิกโครงการของคนอื่นเพื่อมาเพิ่มเงินในโครงการกองทุนดีอีให้สูงถึง 1,600 ล้านบาทเช่นเดียวกัน ดังนั้นมันก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น

ส่วนจะมีการนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. หรือไม่ นางสาวรักชนกกล่าวว่า ใช่ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการลงทะเบียนเกิดขึ้นแล้ว โดย กมธ.ติดตามงบได้มีการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงฯ ผู้บริหารกองทุนดีอี คณะกรรมการร่างทีโออาร์ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช. กรมบัญชีกลาง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ให้เข้ามาชี้แจง กมธ. ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ถึงข้อที่ติดขัดอยู่ และจะเรียก ป.ป.ช. เข้ามารับทราบด้วยว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นในโครงการ และหลังจากนั้นคงได้รู้ว่ามีผู้ลงทะเบียนเข้ามาเท่าไหร่ หากตัวเลขคนลงทะเบียนน้อยและมีปัญหาเรื่องการใช้งาน ตนเองมองว่าก็เป็นหลักฐานที่ครบถ้วนในการยื่น ป.ป.ช. เพื่อสืบสวนสอบสวนต่อไปได้

“หวังว่านายไชยชนกที่ยืดอกบอกทุกเวทีว่าพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อกล่าวหา ทุกข้อกังวล หวังว่าท่านจะมาชี้แจงในกรรมาธิการติดตามงบฯ เพราะวันพฤหัสบดีเป็นวันที่ทุกรัฐมนตรีต้องเตรียมตอบกระทู้อยู่แล้ว ถ้าวันนั้นไม่ต้องตอบกระทู้อะไรช่วงเช้าก็ขอเชิญมาที่สภา คิดว่าคงไม่ได้รบกวนเวลามากเกินไป และได้ให้ฝ่ายเลขาทำหนังสือเชิญไปแล้ว หากไม่มาก็ฝากสื่อมวลชนไปถามว่ากลัวอะไรกับการที่จะมาชี้แจง กมธ. หากทุกอย่างเปิดเผย โปร่งใส และชี้แจงได้ทั้งหมด ไม่มีอะไรต้องกลัว ตอนนี้ก็รับทั้งชื่อเสียงก็ป่นปี้ คนก็ตั้งคำถามถึงความเชี่ยวชาญในการเป็นรัฐมนตรีดีอี ดิฉันพร้อมเป็นเวทีให้ท่านได้คืนชื่อเสียงของท่านกลับคืนมา ถ้าตอบได้ทุกคำถามก็คิดว่าประชาชนพร้อมที่จะรับฟังและให้การสนับสนุน” นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้าย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus