สังคม

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายขีปนาวุธนำวิถี "โทมาฮอว์ก" ให้เยอรมนี รับมือภัยคุกคามรัสเซีย

ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เผยสหรัฐฯ อนุมัติการขายขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล "โทมาฮอว์ก" ให้แก่เยอรมนีแล้ว หลังบรรลุข้อตกลงระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายขีปนาวุธนำวิถี "โทมาฮอว์ก" ให้เยอรมนี รับมือภัยคุกคามรัสเซีย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เผยสหรัฐฯ อนุมัติการขายขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล "โทมาฮอว์ก" ให้แก่เยอรมนีแล้ว หลังบรรลุข้อตกลงระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายขีปนาวุธนำวิถี "โทมาฮอว์ก" ให้เยอรมนี รับมือภัยคุกคามรัสเซีย (70%)

รายละเอียด

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายขีปนาวุธนำวิถี "โทมาฮอว์ก" ให้เยอรมนี รับมือภัยคุกคามรัสเซีย

"ฟรีดริช แมร์ซ" นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เผยสหรัฐฯ อนุมัติการขายขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล "โทมาฮอว์ก" ให้แก่เยอรมนีแล้ว หลังบรรลุข้อตกลงระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี โดยระบุว่าจะช่วยเสริมขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศและอุดช่องว่างด้านยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความกังวลต่อภัยคุกคามจากรัสเซีย

นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แถลงต่อต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (9 ก.ค.) ว่า เยอรมนีได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การนาโต ที่กรุงอังการา ในการจัดซื้อขีปนาวุธร่อนระยะไกลแบบ "โทมาฮอว์ก" เพื่อนำมาประจำการในประเทศอย่างเป็นทางการ

"เราได้ตกลงกับรัฐบาลอเมริกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ขีปนาวุธโทมาฮอว์กของอเมริกาจะถูกจัดซื้อโดยเราและนำมาประจำการในเยอรมนี" นายกรัฐมนตรีแมร์ซกล่าวว่า "ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะช่วยปิดช่องว่างทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในระบบป้องกันประเทศของเรา และในขณะเดียวกัน เราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบอาวุธของยุโรปเองเพื่อนำมาประจำการในภาคพื้นทวีปต่อไป"

ข้อตกลงซื้อขายในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกสถานการณ์ หลังจากที่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีแมร์ซเคยส่งสัญญาณว่า แผนการประจำการขีปนาวุธโทมาฮอว์กในเยอรมนี ซึ่งริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในปี 2024 อาจต้องถูกยกเลิกไป เนื่องจากคลังอาวุธของสหรัฐฯ ร่อยหรอลงจากการสนับสนุนสงครามในยูเครนและอิหร่าน ประกอบกับเกิดการปะทะคารมอย่างรุนแรงระหว่างนายแมร์ซและประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับประเด็นสงครามในอิหร่าน ซึ่งทำให้ทรัมป์เคยออกมาวิจารณ์ว่าแมร์ซทำหน้าที่ผู้นำเยอรมนีได้ "ย่ำแย่มาก" อย่างไรก็ตาม การเจรจาล่าสุดส่งผลให้ดีลนี้กลับมาเดินหน้าอีกครั้งในฐานะทางเลือกใหม่

กระทรวงกลาโหมของเยอรมนีระบุว่า การนำขีปนาวุธโทมาฮอว์กซึ่งมีพิสัยการยิงไกลตั้งแต่ 1,600 ไปจนถึง 2,500 กิโลเมตร และมักยิงจากเรือดำน้ำหรือเรือรบ มาประจำการบนภาคพื้นดินนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขีดความสามารถในการป้องปรามที่มีประสิทธิภาพต่อภัยคุกคามจากรัสเซีย

ย้อนกลับไปในปี 2024 ทางการเยอรมนีเคยแสดงความกังวลอย่างหนักหลังจากรัสเซียได้นำขีปนาวุธ "อิสกันเดอร์" (Iskander) ที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ ไปประจำการในพื้นที่แคว้นคาลินินกราด รวมถึงการส่งเครื่องบินรบพร้อมขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก "คินชาล" (Kinzhal) และประกาศเตรียมติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในประเทศเบลารุส ซึ่งการที่อาวุธของรัสเซียมีรัศมีทำการไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ถือเป็นการคุกคามยุโรปตะวันตกอย่างรุนแรง ทำให้นาโตจำเป็นต้องมีมาตรการตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อ

ในปัจจุบัน ชาติพันธมิตรนาโตในฝั่งยุโรปยังไม่มีอาวุธพิสัยกลางเป็นของตนเอง ดังนั้น การซื้อโทมาฮอว์กจากสหรัฐฯ จึงเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่ออุดช่องโหว่ ในขณะที่แผนระยะกลางและระยะยาว ชาติยุโรปได้ร่วมกันจัดตั้งโครงการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลของยุโรป (ELSA) ซึ่งเริ่มขึ้นในการประชุมสุดยอดที่วอชิงตันเมื่อปี 2024

โครงการ ELSA เป็นความร่วมมือของพันธมิตรยุโรปหลายประเทศในการวิจัยและพัฒนาขีปนาวุธร่อนนำวิถีที่มีพิสัยการโจมตีแม่นยำสูงระยะไกลกว่า 2,000 กิโลเมตร ขึ้นมาเอง เพื่อใช้โจมตีเป้าหมายที่มีมูลค่าทางยุทธศาสตร์สูงของข้าศึก และเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการทหารจากสหรัฐฯ ในอนาคต

ทั้งนี้ วิกฤตการณ์ติดอาวุธพิสัยกลางในยุโรปกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง ที่ลงนามไว้ตั้งแต่ปี 1987 โดยอดีต ปธน. โรนัลด์ เรแกน และนายมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ซึ่งเคยสั่งห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายครอบครองและประจำการขีปนาวุธทางยุทธวิธีภาคพื้นดินที่มีพิสัยยิง 500 ถึง 5,500 กิโลเมตร ได้ล่มสลายลงในปี 2019 หลังจากสหรัฐฯ และนาโตกล่าวหาว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงด้วยการพัฒนาขีปนาวุธรุ่นใหม่เลขรหัส 9M729 จนเป็นเหตุให้สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาดังกล่าวในที่สุด.

ที่มา   DW / ZDFheute

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus