การเมือง

ไม่ถึง “นักการเมือง”

จบยกแรก สรุปออกมาเรียบร้อยผลการสอบโกงท้องถิ่น พบบกพร่องทุกขั้นตอนมีผู้ร่วมกระทำผิดกว่า 100 คน ไม่มีชื่อนักการเมืองแม้แต่คนเดียว ต้องถอนชื่อ 6,952 คน จากจำนวนผู้สอบทั้งหมด

ไม่ถึง “นักการเมือง”
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

จบยกแรก สรุปออกมาเรียบร้อยผลการสอบโกงท้องถิ่น พบบกพร่องทุกขั้นตอนมีผู้ร่วมกระทำผิดกว่า 100 คน ไม่มีชื่อนักการเมืองแม้แต่คนเดียว ต้องถอนชื่อ 6,952 คน จากจำนวนผู้สอบทั้งหมด

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ไม่ถึง “นักการเมือง” (70%)

รายละเอียด

จบยกแรก สรุปออกมาเรียบร้อยผลการสอบโกงท้องถิ่น พบบกพร่องทุกขั้นตอนมีผู้ร่วมกระทำผิดกว่า 100 คน ไม่มีชื่อนักการเมืองแม้แต่คนเดียว ต้องถอนชื่อ 6,952 คน จากจำนวนผู้สอบทั้งหมด คดีนี้ก็ไม่ต่างไปจากการทุจริตสอบนายอำเภอเท่าใดนัก คือ “นักการเมือง” รอด ที่ติดร่างแหคือบรรดาข้าราชการเท่านั้นมันก็แปลกนะที่เรื่องใหญ่ๆแบบนี้ข้าราชการกล้าทำโดยไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง แต่เมื่อสาวไปไม่ถึงก็ถือว่าทำบุญมามากแล้วกันคิดอย่างนี้สบายใจกว่าขั้นตอนต่อไปก็เสนอให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว สั่งลงโทษตามกระบวนการความผิด โดยมีระดับอธิบดีเป็นหัวโจกใหญ่แต่ก็แสดงให้เห็นว่าทุจริตนั้นสามารถเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ขอให้มีช่องมีเหลี่ยม สามารถจะคิดค้นวิธีการได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามจากนี้ก็จะประกาศรายชื่อบุคคลที่สอบได้ขึ้นบัญชีเอาไว้ ส่วนที่พบทุจริตก็ต้องถอนชื่อริบเงินที่ได้รับไปแล้วรัฐบาลคงโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง!นายกรัฐมนตรีคงสบายใจขึ้นหลังถอนหนามออกจากอกไปได้ใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด ทั้งวินัย-แพ่ง-อาญา ว่ากันเต็มพิกัดที่กฎหมายกำหนดโทษไว้ แต่คงไม่ถึงขั้นประหารชีวิตหรอกนะ...เพราะคดีที่ควรสั่งประหารนั้นต้องเหี้ยมโหดเกินมนุษย์มนา อย่างคดี 5 ศพ ฆ่าต่อเนื่องที่สังคมกำลังถกเถียงว่าควรจะต้องประหารก็ต้องไปไล่กระบวนการยุติธรรมดูว่าตรงไหนควรแก้ไข ปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้สามารถลงโทษผู้กระทำผิดอย่างสาสมความจริงการประหารชีวิตนั้นยังมีอยู่แต่ในขั้นตอนการดำเนินการไม่ถึงจุดนั้น เพราะมีการ ลดโทษ อภัยโทษ แทนที่จะถูกลงโทษยาวตามคำสั่งแต่เอาจริงก็ถูกลงโทษไม่เท่าใดปัญหามันอยู่ตรงนี้แหละ...ความจริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลและหาทางออกที่เหมาะสม เพราะต้องเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวผู้ถูกกระทำด้วยที่สำคัญคนกระทำผิดจะไม่หลาบจำหรือเกรงกลัว เพราะบทลงโทษมันน้อย ผิดแล้วก็ยังทำผิดซ้ำอีกบางอย่างอาจใช้ความรู้สึกด้านมนุษยธรรมได้ แต่ บางอย่างก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน เพราะในสังคมมีทั้งคนดีคนไม่ดีอย่าทำให้คนดีอยู่อย่างมีความสุขไม่ได้นี่คือปัญหาของคนเป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้องเข้าไปแก้ไขไม่ใช่แห่กันไปดูที่เกิดเหตุแล้วสั่งโน่นสั่งนี่เท่านั้นแต่มันต้องจัดการที่ต้นเหตุของปัญหามากกว่า!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus