สังคม

ยาแก้ปวดประจำเดือนกินตอนไหน? รวมวิธีบรรเทาปวดท้องเมนส์ง่ายๆ ไม่ทำร้ายร่างกาย

แชร์ฮาวทูแก้ปวดประจำเดือนที่ถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมเคล็ดลับบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งยา

ยาแก้ปวดประจำเดือนกินตอนไหน? รวมวิธีบรรเทาปวดท้องเมนส์ง่ายๆ ไม่ทำร้ายร่างกาย
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

แชร์ฮาวทูแก้ปวดประจำเดือนที่ถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมเคล็ดลับบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งยา

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ยาแก้ปวดประจำเดือนกินตอนไหน? รวมวิธีบรรเทาปวดท้องเมนส์ง่ายๆ ไม่ทำร้ายร่างกาย (70%)

รายละเอียด

ยาแก้ปวดประจำเดือนกินตอนไหน? รวมวิธีบรรเทาปวดท้องเมนส์ง่ายๆ ไม่ทำร้ายร่างกาย

วันนั้นของเดือนทีไรทรมานทุกที! มาดูฮาวทูแก้ปวดประจำเดือนฉบับเพื่อนสาว แนะนำวิธีกินยาแก้ปวดที่ถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมเคล็ดลับบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์แบบไม่พึ่งยา

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนต้องเคยเจอกับฝันร้ายใน  "วันนั้นของเดือน"  ที่มาพร้อมกับอาการปวดท้องน้อยจนแทบจะลุกไปไหนไม่ไหว อาการปวดเหล่านี้เกิดจากการที่ร่างกายหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า "พรอสตาแกลนดิน" ออกมาทำให้มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมาเป็นประจำเดือน ยิ่งหลั่งออกมามาก มดลูกก็ยิ่งบีบตัวแรง ทำให้เรารู้สึกปวดเกร็งนั่นเอง

วันนี้เราเลยขอมาสวมบทเพื่อนสาว แชร์ฮาวทูและวิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือนแบบเข้าใจง่าย ทำตามได้จริง ทั้งสายพึ่งยาและสายธรรมชาติ มาดูกันเลย!

ยาแก้ปวดประจำเดือน มีกี่แบบ เลือกกินยังไงดีแก?

ถ้าปวดจนทนไม่ไหว การพึ่งพายาก็เป็นทางออกที่ดีและรวดเร็วที่สุด ซึ่งยาแก้ปวดที่สาวๆ นิยมกินกัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ แบบเข้าใจง่ายๆ คือ

1. ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

ยาแก้ปวดสามัญประจำบ้านที่เราคุ้นเคย ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ ปวดท้องเมนส์แบบเบาๆ ถึงปานกลาง ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี แต่ข้อเสียคือไม่ได้ไปช่วยลดการอักเสบหรือยับยั้งสารที่ทำให้มดลูกบีบตัวโดยตรง

2. ยากลุ่มลดการอักเสบ (NSAIDs)

กลุ่มนี้คือตัวตึงเรื่องการแก้ปวดประจำเดือน! เพราะมันเข้าไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้มดลูกบีบตัวได้โดยตรง เหมาะกับคนที่ ปวดปานกลางถึงปวดมาก ตัวที่ฮิตๆ และสาวๆ รู้จักกันดีก็คือ

ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) พอนสแตน (Ponstan) หรือชื่อตัวยาคือ กรดเมฟีนามิก (Mefenamic Acid)

ทริกกินยาแก้ปวดประจำเดือนให้ปลอดภัย ไม่ทำร้ายกระเพาะ

เพื่อความปลอดภัยและให้ยาออกฤทธิ์ได้ผลดีที่สุด นี่คือกฎเหล็กที่เพื่อนสาวอยากเตือนไว้เลย

ต้องกิน "หลังอาหารทันที" เท่านั้น โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs อย่างไอบูโพรเฟนหรือพอนสแตน เพราะยามีฤทธิ์กัดกระเพาะ ควรรองท้องด้วยอาหารก่อนแล้วกินยาทันที พร้อมดื่มน้ำตามเยอะๆ กินตั้งแต่เริ่มปวด  ไม่ต้องรอให้ปวดจนหน้ามืดลุกไม่ไหว พอเริ่มรู้สึกตึงๆ ปวดเกร็งที่ท้องน้อย ก็สามารถกินยาเพื่อดักอาการไว้ได้เลย ยาจะเข้าไปทำงานได้ดีกว่าตอนที่ปวดหนักไปแล้ว ห้ามอัดยาเกินขนาด อ่านฉลากยาให้ดี กินตามโดสที่แนะนำเท่านั้น ถ้ากินแล้วยังไม่หายปวด ห้ามเบิ้ลยาเด็ดขาด!

ปวดประจำเดือนทำไง ถ้าไม่อยากกินยา?

สำหรับสาวๆ ที่ไม่อยากกินยาบ่อยๆ หรืออาการปวดเริ่มทุเลาลงแล้ว ลองใช้วิธีธรรมชาติเหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการได้นะ

กระเป๋าน้ำร้อนคือเพื่อนแ ท้  การประคบอุ่นที่ท้องน้อยจะช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูกที่บีบตัวรัดแน่นให้คลายลง ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น อาการปวดเกร็งก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จิบน้ำอุ่นหรือน้ำขิง ช่วงที่มีเมนส์ควรบอกลาน้ำแข็งไปก่อน หันมาจิบน้ำอุ่น ชาคาโมมายล์ หรือน้ำขิงอุ่นๆ จะช่วยลดอาการท้องอืดและทำให้ร่างกายผ่อนคลายจากข้างใน ขยับตัวเบาๆ ยืดเหยียดร่างกาย ถึงจะปวดแต่การนอนขดตัวเฉยๆ อาจไม่ได้ช่วยเสมอไป ลองลุกมาเดินแกว่งแขนเบาๆ หรือเล่นโยคะท่ายืดเหยียด จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข (เอนดอร์ฟิน) ออกมาเป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ งดชา กาแฟ น้ำอัดลม คาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้อาจทำให้หลอดเลือดหดตัว และกระตุ้นให้ปวดท้องหนักกว่าเดิมได้ ช่วงนี้งดไปก่อนดีที่สุด

อาการปวดประจำเดือนเป็นเรื่องธรรมชาติที่เรารับมือได้ ถ้ารู้จักเลือกกินยาให้ถูกวิธีและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม แต่ถ้าใครที่รู้สึกว่าปวดหนักมาก ปวดจนเป็นลม ปวดจนต้องหยุดงาน หรือกินยาแก้ปวดประจำเดือนแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น แนะนำว่าอย่าปล่อยทิ้งไว้ ไปหาหมอสูตินรีเวชเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดดีกว่า เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นๆ อย่างช็อกโกแลตซีสต์หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้นะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus