สังคม

นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ

นายกฯ เผยกระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก หลังเดินตลาดศรีย่านเช็กด้วยตัวเอง ปลื้มชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ บอกบัตรคนจนรอบนี้ไม่มีปรับหลักเกณฑ์ แต่จะรับฟังทำโครงการให้โดนใจ

นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

นายกฯ เผยกระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก หลังเดินตลาดศรีย่านเช็กด้วยตัวเอง ปลื้มชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ บอกบัตรคนจนรอบนี้ไม่มีปรับหลักเกณฑ์ แต่จะรับฟังทำโครงการให้โดนใจ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ (70%)

รายละเอียด

นายกฯ ปลื้ม กระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก ชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ

นายกฯ เผยกระแสไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก หลังเดินตลาดศรีย่านเช็กด้วยตัวเอง ปลื้มชาวบ้านขออย่าหยุด ลั่นต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ บอกบัตรคนจนรอบนี้ไม่มีปรับหลักเกณฑ์ แต่จะรับฟังทำโครงการให้โดนใจ

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงหลังดูการจับจ่ายใช้สอยโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ตลาดศรีย่านว่า ตนไปศรีย่านประจำอยู่แล้วไปรับประทานอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไปทานอยู่หน้าตลาดศรีย่านพอดีเห็นประชาชนมาจับจ่ายใช้สอย โดยโครงการไทยช่วยไทยพลัส เห็นความคึกคักมากพอสมควร ได้สอบถามทั้งคนซื้อคนขายเขาพึงพอใจ

เมื่อถามว่าเห็นกระแสแล้วน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่จะช่วยประชาชนในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดว่าทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย เราเน้นช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ เมื่อได้ดูของจริงเห็นว่าไม่ใช่แค่ซื้อก๋วยเตี๋ยวซื้อข้าวซื้อผลไม้ ร้านของชำ ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นห้างก็มีคนเข้าไปใช้สิทธิ ทั้งไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อได้ถามไปเขาก็พึงพอใจ

เมื่อถามว่ามีเสียงสะท้อนขออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขออย่าให้หยุด ตนจึงบอกไปว่าถ้าโครงการได้รับการตอบรับที่ดี อย่างที่บอกเป็นการช่วยกันทำให้เม็ดเงินเข้าไป มีการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เราก็ต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่ออกมาในรูปแบบเดิมรัฐบาลมีหน้าที่ต้องหาโปรแกรมดีๆ หาโครงการดีๆ มาให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว ส่วนกรณีที่คนลงทะเบียนไม่ครบ 30 ล้านสิทธิที่เตรียมไว้ เงินส่วนนี้ก็จะนำไปให้ประโยชน์อย่างอื่นหากมีสิ่งจำเป็นเร่งด่วนภายใต้กฎเกณฑ์ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะเรากู้ตามจำนวนที่ใช้

เมื่อถามว่าหลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีแล้วพ่อแม่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าหลักเกณฑ์เข้มเกินไป นายอนุทิน กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ก็ต้องมีบ้าง เรื่องโครงการเหล่านี้ เรายังประโยชน์ให้กับประชาชน ก็อาจมีคนพอใจ ไม่พอใจ เราก็ไปรวบรวมสำรวจความพึงพอใจ ตรงไหนที่ประชาชนไม่พอใจที่เกิดจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเข็มขัดสั้นคาดไม่ถึง เราก็จะไปปรับปรุงแก้ไขเพราะเราไม่ได้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครั้งเดียวเสียเมื่อไหร่ ก็จะมีอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถามย้ำว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ต้องยึดหลักเกณฑ์นี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันดำเนินการไปแล้ว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า และวันนี้ที่ไปเดินตลาดดูไทยช่วยไทยพลัส หลายคนก็ไม่ได้เข้า บางคนบอกไม่เข้าเพราะขายดีอยู่แล้วไม่อยากวุ่นวายเสียเวลาสแกน เสียเวลาไปตรวจสอบยอดต่างๆ เขาก็เลือกทางของเขา แต่หลายคนเข้าไม่ถึงระบบไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรก็ต้องมาดูว่าเพราะอ่อนประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือไม่ เราก็ต้องหาแนวทางให้เขากลับเข้ามาในระบบของรัฐในโครงการถัดไป นี่คือนโยบายที่ตนจะพูดกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคตหลังฟังเสียงสะท้อนแล้วจะปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนไปเดินก็เจอเป็นร้อยคน ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและไทยช่วยไทยพลัส ก็ไม่เห็นมีใครบ่น เมื่อถามว่าคนที่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมอาจรู้สึกว่าจะเสียสิทธิเพราะหลักเกณฑ์เข้มขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า เขาพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงให้สิทธิเหล่านี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน เมื่อถามว่าผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม 13 ล้านคน จากหลักเกณฑ์ใหม่จะทำให้ผู้มีสิทธิมากขึ้นหรือน้อยลง นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวให้นายเอกนิติ มาตอบรายละเอียด ตนให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย แต่คนที่จะนำข้อมูลต่างๆ มาตัดสินใจคือกระทรวงการคลัง ก็ต้องให้เขาเสนอมา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus