สังคม

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

สปิริต แอร์ไลน์ส สายการบินต้นทุนต่ำพิเศษของสหรัฐฯ ประกาศยุติการดำเนินกิจการแล้ว หลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงครามอิหร่าน ซ้ำเติมสถานการณ์ของพวกเขาที่ย่ำแย่มากอยู่แล้ว

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สปิริต แอร์ไลน์ส สายการบินต้นทุนต่ำพิเศษของสหรัฐฯ ประกาศยุติการดำเนินกิจการแล้ว หลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงครามอิหร่าน ซ้ำเติมสถานการณ์ของพวกเขาที่ย่ำแย่มากอยู่แล้ว

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน (70%)

รายละเอียด

Spirit Airlines ประกาศ “ปิดกิจการ” เซ่นพิษสงครามอิหร่าน

สปิริต แอร์ไลน์ส สายการบินต้นทุนต่ำพิเศษของสหรัฐฯ ประกาศยุติการดำเนินกิจการแล้ว หลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเพราะสงครามอิหร่าน ซ้ำเติมสถานการณ์ของพวกเขาที่ย่ำแย่มากอยู่แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “สปิริต แอร์ไลน์ส” (Spirit Airlines) สายการบินราคาประหยัดที่อยู่ในสภาวะล้มละลาย ยุติการดำเนินกิจการแล้วในวันเสาร์ที่ 2 พ.ค. 2569 นับเป็นสายการบินแห่งแรกในวงการที่ต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลที่เชื่อมโยงกับ “สงครามอิหร่าน” หลังจากพวกเขา ขอความเห็นชอบจากเจ้าหนี้เพื่อรับแผนช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สำเร็จ

การล่มสลายของสายการบินรายแรกนี้ มีสาเหตุมาจาก ราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นถึงสองเท่า ในช่วงสงครามอิหร่านที่ดำเนินมานาน 2 เดือน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียทางการเมืองของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเสนอเงินช่วยเหลือจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยื้อชีวิตของ สปิริต แอร์ไลน์ส แม้จะถูกคัดค้านจากที่ปรึกษาใกล้ชิดและสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากในสภาคองเกรสก็ตาม

ทั้งนี้ สปิริต แอร์ไลน์ส ซึ่งเคยมีส่วนแบ่งเที่ยวบินในสหรัฐฯ ถึง 5% ถือเป็นสายการบินขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ต้องปิดตัวลงในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากพวกเขาเคยมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมราคาค่าโดยสารให้ต่ำลง ในตลาดที่ต้องแข่งขันกับสายการบินยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ

“เป็นเรื่องน่าเสียใจที่แม้บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ราคาเฉลี่ยของน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงความกดดันด้านธุรกิจอื่นๆ ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อแนวโน้มทางการเงินของสปิริต” ทางสายการบินระบุในแถลงการณ์ ซึ่งพวกเขาประกาศ “ยุติการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน”

แถลงการณ์ระบุอีกว่า เที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิกแล้ว พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารไม่ต้องเดินทางไปยังสนามบิน

ข้อมูลจาก Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินระบุว่า เดิมทีในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 พ.ค. สปิริตมีตารางเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 4,119 เที่ยวบินคิดเป็นจำนวนที่นั่งถึง 809,638 ที่นั่ง

ขณะนี้สายการบินทั่วโลกต่างกำลังเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่การสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญของโลก จนทำให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานพุ่งสูง

สงครามดังกล่าวถือเป็นวิกฤตครั้งรุนแรงที่สุดของอุตสาหกรรมการบินนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยที่ผ่านมา Spirit เองก็ประสบปัญหาในการทำกำไรอยู่แล้วก่อนที่จะต้องมาเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้

สปิริต แอร์ไลน์ส สร้างชื่อเสียงของแบรนด์ด้วยการเสนอค่าโดยสารราคาประหยัดสำหรับนักเดินทางที่เน้นความคุ้มค่าและพร้อมที่จะสละบริการเสริมต่างๆ เช่น การโหลดกระเป๋าหรือการระบุที่นั่ง

ทว่าความต้องการดังกล่าวลดน้อยลงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากผู้โดยสารหันไปให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการเดินทางที่เน้นประสบการณ์มากขึ้น ส่งผลให้สายการบินราคาประหยัดพิเศษ (Ultra-low-cost) แบบ สปิริต แอร์ไลน์ส ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อปรับตัว

การปิดตัวลงของ สปิริต จะส่งผลดีต่อคู่แข่งอย่าง “เจ็ทบลู แอร์เวย์ส” (JetBlue Airways) และ “ฟรอนต์เทียร์ แอร์ไลน์ส” (Frontier Airlines) ซึ่งกำลังบอบช้ำจากวิกฤตต้นทุนเช่นกัน โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของ สปิริต ในตลาด Over-the-counter ที่มีความผันผวนสูงร่วงลงถึง 25% ในขณะที่หุ้นของ ฟรอนต์เทียร์ พุ่งขึ้น 10% และ เจ็ทบลู เพิ่มขึ้น 4%

เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าคู่แข่งพร้อมที่จะเข้ามาแทนที่ในทันที เจ็ทบลู ประกาศขยายบริการที่ท่าอากาศยานฟอร์ต ลอเดอร์เดล ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการบินหลักของสปิริต โดยจะเพิ่มเส้นทางบินใหม่ 11 เมือง และเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเดิม

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ทำเนียบขาวได้ยื่นข้อเสนอช่วยเหลือขั้นสุดท้ายให้แก่ สปิริต และบรรดาเจ้าหนี้ หลังจากการเจรจามาถึงทางตันในประเด็นแพ็กเกจเงินสนับสนุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สายการบินสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ในระหว่างเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

“ถ้าเราช่วยพวกเขาได้ เราก็จะทำ แต่เราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว “ถ้าเราทำได้ เราก็จะทำ แต่มันต้องเป็นข้อตกลงที่ดีเท่านั้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus