สังคม

สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราช พบโรงงานแปรรูปยางรถ จดทะเบียนเป็นที่ผลิตน้ำดื่ม

“ศุภมาส” สั่งการ สคบ.โคราช ลงพื้นที่สอบด่วน กรณีน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน พบ เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม เผย นายกฯ กำชับความปลอดภัยประชาชน

สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราช พบโรงงานแปรรูปยางรถ จดทะเบียนเป็นที่ผลิตน้ำดื่ม
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

“ศุภมาส” สั่งการ สคบ.โคราช ลงพื้นที่สอบด่วน กรณีน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน พบ เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม เผย นายกฯ กำชับความปลอดภัยประชาชน

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราช พบโรงงานแปรรูปยางรถ จดทะเบียนเป็นที่ผลิตน้ำดื่ม (70%)

รายละเอียด

สอบน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน สคบ.โคราช พบโรงงานแปรรูปยางรถ จดทะเบียนเป็นที่ผลิตน้ำดื่ม

“ศุภมาส” สั่งการ สคบ.โคราช ลงพื้นที่สอบด่วน กรณีน้ำดื่มมีสารปนเปื้อน พบ เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม เผย นายกฯ กำชับความปลอดภัยประชาชน

วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา แจ้งเตือนประชาชนหลังสุ่มตรวจพบการปนเปื้อน เชื้อ Salmonella spp. (ซัลโมเนลลา) ในน้ำดื่ม ที่วางจำหน่ายในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค ตนจึงได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน ตามความห่วงใยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อน้ำดื่ม โดยควรตรวจสอบฉลากสินค้า แหล่งที่มา และมาตรฐานการผลิตอย่างรอบคอบ

นางสาวศุภมาส เผยต่อไปว่า ตนได้สั่งการให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มอบหมายเจ้าหน้าที่ สคบ.เขต 9 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ผลิตน้ำดื่มดังกล่าว พบว่า เป็นโรงงานแปรรูปยางรถยนต์ ผู้ประกอบการได้นำมาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานของน้ำดื่มที่อาจเกิดสารปนเปื้อนได้ ทั้งนี้ สคบ. จะประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียน และความถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการอย่างเคร่งครัด

ทางด้าน เลขาธิการ สคบ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรณีน้ำดื่มปนเปื้อนเข้าข่ายเป็น “อาหารผิดมาตรฐาน” ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ตามมาตรา 25 (3)  มีโทษตามมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ในส่วนของ สคบ. มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ดังนั้น หากผู้บริโภครายใดที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับอันตรายต่อสุขภาพจากการดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนดังกล่าวสามารถร้องทุกข์มายัง สคบ. เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยหรือดำเนินการทางกฎหมายแทนผู้บริโภค

นางสาวศุภมาส ระบุในช่วงท้ายว่า “การบริโภคน้ำดื่มที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองประชาชน หากพบเบาะแสหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเรื่องหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์  www.ocpb.go.th  รวมถึงศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้บ้าน”

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus