การเมือง

นิรโทษกรรมการเมืองกับการเมืองสีน้ำเงิน

สภาผู้แทนราษฎร โดย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้บรรจุวาระเร่งด่วน ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เข้าพิจารณาในที่ประชุมวันนี้

นิรโทษกรรมการเมืองกับการเมืองสีน้ำเงิน
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

สภาผู้แทนราษฎร โดย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้บรรจุวาระเร่งด่วน ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เข้าพิจารณาในที่ประชุมวันนี้

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

นิรโทษกรรมการเมืองกับการเมืองสีน้ำเงิน (70%)

รายละเอียด

สภาผู้แทนราษฎร โดย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ได้บรรจุวาระเร่งด่วน ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือ ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง เข้าพิจารณาในที่ประชุมวันนี้ ก่อนหน้านี้ในสมัย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทางการเมืองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ถูกตีความว่า เป็น นิรโทษกรรม แบบสุดซอยหรือแบบเหมาเข่ง ซึ่งสมัยนั้นประธานสภาคือ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ที่ได้รับฉายาว่า ขุนค้อน พยายามที่จะนำเข้าสู่การประชุมสภาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จวันที่ 31 ต.ค. 2556 สภาขณะนั้นได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดจากการชุมนุมทางการเมือง ว่ากันยาวกว่า 19 ชั่วโมง จนเข้าสู่วาระที่ 3 สภามีมติ 310-0 เสียง ผ่านความเห็นชอบจากสภาส่งให้ สว.พิจารณาตามขั้นตอนทันที ปรากฏว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวถูกต่อต้านจากภาคประชาชนจนต้องมีการเสนอร่างขึ้นมาใหม่และในชั้นกรรมาธิการมีการแปรญัตติสลับไปใช้ร่างใหม่ ที่ขยายไปถึงคดีทุจริตในปี 2547 ก็มีการคัดค้านกันอีกเพราะเกรงว่าจะเอื้อประโยชน์ให้คนบางคน บางกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะเป็นร่างใดก็จะระบุเอาไว้ในตอนท้าย ให้ผู้กระทำผิดนั้นพ้นจากความผิดโดยสิ้นเชิง แต่ไม่รวมการกระทำผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากนั้นเกิดการชุมนุมวุ่นวาย ในที่สุดนายกฯยิ่งลักษณ์ต้องแถลงได้ถอนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนิรโทษกรรมออกจากวาระการประชุมสภาแล้วโดยที่ สว.ได้ลงมติไม่รับร่างดังกล่าวส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรทบทวนใหม่แต่การชุมนุมคัดค้านยังรุนแรงยิ่งขึ้นจนในที่สุดเกิดการปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในปี 2557 แม้ต่อมาจะมีการเสนอร่างนิรโทษกรรมอีกแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่ง รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนชื่อเป็น พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขผ่านสภาในวาระ 2-3 เรียบร้อย เนื้อหามีอยู่ 13 มาตราภายใต้หลักการ ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตประพฤติไม่ชอบ ไม่นิรโทษกรรมคดีที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไม่นิรโทษกรรมคดี มาตรา 112 ทุกกรณี เพราะฉะนั้นผู้ถูกกล่าวหา จำเลย ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้จนกระทั่งร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขได้รับความเห็นชอบจากสภาอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2568 รับหลักการเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการแต่ยุบสภาเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2568 ก่อน รัฐบาลอนุทิน 2 นำมาพิจารณาต่อผ่านวาระ 2-3 เข้าสู่การพิจารณาของ สว. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ซึ่งมีอยู่มาตราหนึ่งที่ระบุว่า บรรดาการกระทำที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นี้ ถ้าผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี ในขณะกระทำความผิดไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ ให้จัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำความผิดแล้วส่งให้พนักงานอัยการเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาหรือยื่นคำร้องต่อศาลให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดีโดยไม่มีคำพิพากษาเป็นประเด็นที่ สว.สีน้ำเงิน ไม่เห็นด้วยไม่ต้องการให้มีกรณียกเว้นใดๆกับผู้กระทำความผิดตาม ม.112 และหากที่ประชุม สส.ยืนยันตามร่างเดิมก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมอีกกระทอก ถ้าจะแก้ก็ต้องตั้งกรรมาธิการ ว่ากันอีกยาว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus