สังคม

“แสงสว่าง” ที่ปลายอุโมงค์ ไทยยังมีสิทธิ์ “ดูสด” บอลโลก?

ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับมาเขียนเรื่อง “ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23” หรือฟุตบอลโลก 2026 อีกครั้งนะครับ ทั้งๆที่เพิ่งจะเขียนไปหมาดๆเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

“แสงสว่าง” ที่ปลายอุโมงค์ ไทยยังมีสิทธิ์ “ดูสด” บอลโลก?
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับมาเขียนเรื่อง “ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23” หรือฟุตบอลโลก 2026 อีกครั้งนะครับ ทั้งๆที่เพิ่งจะเขียนไปหมาดๆเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

“แสงสว่าง” ที่ปลายอุโมงค์ ไทยยังมีสิทธิ์ “ดูสด” บอลโลก? (70%)

รายละเอียด

ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับมาเขียนเรื่อง “ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23” หรือฟุตบอลโลก 2026 อีกครั้งนะครับ ทั้งๆที่เพิ่งจะเขียนไปหมาดๆเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเรื่องของเรื่องก็เพราะมีการพูดจาโจษจันอย่างหนาหูในช่วงวัน 2 วันนี้ว่า คนไทยเรายังไม่ถึงกับหมดโอกาส หรือ “หมดหวัง” ที่จะได้ดูชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้เสียทีเดียวแม้จะมีข่าวว่าทางกรมประชาสัมพันธ์ตัวแทนที่ทางรัฐบาลให้ไปเจรจากับฟีฟ่าจะยอมแพ้แล้ว เนื่องจากทางฝ่ายโน้นไม่ยอมลดราคาให้เลย แถมยังยืนยันว่า ต้องซื้อหมดทั้ง “พวง” คือทุกรายการเท่านั้น...จะมาแยกซื้อเป็นลูกๆเป็นใบๆ คือ เฉพาะคู่สำคัญๆที่อยากดูมิได้เด็ดขาดในขณะที่คอบอลกำลังทำใจว่า จะอดดูถ่ายทอดสดและเตรียมหาวิธีดูตามช่องทางธรรมชาติต่างๆตามถนัด รวมทั้งวิธีที่ผมเสนอแนะ คืออ่านรายงานนาทีต่อนาทีเป็นตัวอักษรของสำนักข่าวกีฬาต่างประเทศ เช่น ESPN หรือ BBC หรือ Live SCORE ฯลฯ กันอยู่นั้นพลันก็ปรากฏว่า เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายนนี่เองมีข่าวผ่านสื่อออนไลน์บางสำนักว่า “JAS กำลังเดินหน้าเพื่อล่าลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 มาให้คนไทยดูแทนรัฐบาล”ผมจึงเข้า “กูเกิล” ตั้งคำถามลอยๆไปว่าจริงหรือ...JAS จะหาญกล้ามาซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้?ได้รับคำตอบโดยทีมงาน AI ของกูเกิลกลับมาดังนี้ครับ“JAS หรือบริษัท จัสมิน อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการเจรจาโค้งสุดท้าย เพื่อคว้าสิทธ์ิการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 โดยคาดว่า อาจเป็นการซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกับพันธมิตร เพื่อนำมาถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมกัน”“ช่องทางรับชมที่เป็นไปได้หากดีลสำเร็จคาดว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีและแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น MONOMAX, NBT 2 HD, SPORTS7, ช่อง 7HD และ PPTV HD36”จากนั้นกูเกิลก็เสนอแนะให้ไปอ่านที่ LINE TO DAY ที่แปะลิงก์เอาไว้ เมื่อเข้าไปอ่านจึงพบว่าต้นตอของข่าวที่กลายเป็นเรื่องโจษจันในหมู่คอบอลครั้งนี้มาจาก นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) นั่นเอง ที่เปิดเผยว่า JAS ต้องมีฟุตบอลโลกมาช่วยคั่นช่วงปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลโลกซึ่งแข่งในช่วงนั้นพอดี จึงเหมาะสมที่สุดในมุมมองของฝ่ายวิจัย JAS จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด หากสามารถคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดมาได้สำเร็จ และนำมาจัดรวมกับการสมัครรับชม พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลถัดไปในทางกลับกัน JAS จะเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุดอย่างชัดเจน หากแฟนฟุตบอลเลือกใช้ช่องทางผิดกฎหมายในการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ (โดยให้เหตุผลว่า เมื่อแฟนๆพรีเมียร์ลีกหันไปใช้วิธีดูแบบผิดกฎหมายเสียแล้ว อาจจะไม่กลับมาเป็นสมาชิกพรีเมียร์ลีกอีกในฤดูกาลหน้า)รายละเอียดยาวมากผมคงคัดลอกมาได้ไม่หมด ท่านที่สนใจก็ลองเข้าไปที่ https://today.line.me ก็แล้วกันแม้โดยสรุปจะยังไม่มีการตกลงที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่ามีความคืบหน้าแบบ แสงสว่าง ที่ ปลายอุโมงค์ มาให้ลุ้นกันบ้างขณะเดียวกันข่าวบางกระแสยังยืนยันว่า ล่าสุดฟีฟ่าจะขายลิขสิทธิ์ให้ประเทศไทยแบบขายทั้งพวงเท่านั้น ในราคา 1,400 ล้านบาท+ค่าดำเนินการอีก 300 ล้านบาท เพราะฉะนั้นที่มีข่าวว่านักวิเคราะห์เสนอให้ JAS ซื้อบางรายการด้วยเงินประมาณ 688 ล้านบาทจึงจะคุ้มทุน จึงยังมิใช่เป็นบทสรุปสุดท้ายข่าวคืบหน้าจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามต่อไป...จากวันนี้ไปก็เหลืออีก 7 วันพอดี เพราะวันศุกร์หน้าหรือศุกร์ที่ 12 มิ.ย. (เช้าตรู่ตี 2 เลย) คู่เปิดสนามที่เม็กซิโกระหว่าง เม็กซิโก กับ แอฟริกาใต้ จะระเบิดขึ้นแล้วที่เม็กซิโกซิตี้ยังมีเวลาลุ้นอีก 1 สัปดาห์ว่างั้นเถอะครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus