สังคม

นักท่องเที่ยวคึกคัก งานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท

ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุบลราชธานี ประเมินงานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.3 หมื่นคน เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท

นักท่องเที่ยวคึกคัก งานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท
ไทยรัฐออนไลน์

สรุปสั้น

ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุบลราชธานี ประเมินงานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.3 หมื่นคน เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

นักท่องเที่ยวคึกคัก งานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท (70%)

รายละเอียด

นักท่องเที่ยวคึกคัก งานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท

ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุบลราชธานี ประเมินงานแห่เทียนอุบลฯ ปี 69 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.3 หมื่นคน เงินสะพัด 1,700 ล้านบาท

วันที่ 4 ส.ค.69 นายอดุลย์ นิลเปรม ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดอุบลราชธานีได้เชิญประชุมหลายหน่วยงานเพื่อร่วมประเมินผลการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาประจำปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นกิจกรรมเยือนชุมชนคนทำเทียนก่อนที่จะมีงานแห่เทียนพรรษา ช่วงที่ 2 ช่วงงานแห่เทียน ระหว่างวันที่ 28-30 ก.ค.69 และ 31 ก.ค.-1 ส.ค.69 และช่วงที่ 3 กิจกรรมเทียนอุบลยลได้ทั้งเดือน ระหว่าง 2-15 ส.ค.69  พบว่า ผลการจัดงานแห่เทียนปีนี้มีตัวเลขประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานเพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 33,000 คน จากเดิมปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าชมงานประมาณ 426,000 คน ขณะที่ปี 2569 มีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 460,000 คน ส่งผลให้มียอดเงินสะพัดในพื้นที่ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 474 ล้านบาท

โดยรายได้ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พักค้างแรม ประมาณ 675 ล้านบาท และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไป-กลับ ราว 168 ล้านบาท รวมทั้งรายได้ที่เกิดจากกิจกรรมในสัดส่วนอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ของฝาก การขนส่ง และกิจกรรม DIY เป็นต้น ซึ่งจากผลการประเมินดังกล่าวนับได้ว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง แม้ว่าการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของ จ.อุบลราชธานี 2569 ทางจังหวัดจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก ททท.ในจำนวนที่ลดลงจากปี 2568 ราว 2-3 ล้านบาท ก็ตาม โดยเดิมเคยได้รับอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท

นายอดุลย์ นิลเปรม กล่าวว่า ถึงแม้ว่างบสนับสนุนการจัดงานปีนี้จะได้รับลดลง แต่จากความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น รัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น คุ้มวัด สถานศึกษา ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้การจัดงานออกมาสวยงาม โดยเฉพาะการสร้างต้นเทียนที่ยังคงคุณค่าทั้งประเภทแกะสลักและติดพิมพ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุบลฯ ที่มีการแห่เทียนมากว่า 100 ปี ขบวนรำทุกขบวนที่ตั้งอกตั้งใจทุ่มเทเพื่องานนี้ ต่างตั้งใจนำเสนอศิลปวัฒนธรรมอีสานที่เป็นรากเหง้าของเราอย่างเต็มที่งดงาม โดยคุณค่าเหล่านี้ได้ถูกส่งออกไปสู่สายตาพี่น้องทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างน่าภาคภูมิใจ ถือได้ว่าเป็นเทศกาลงานประเพณีที่ชาวอุบลฯ ต่างภาคภูมิใจ

“ต้นกำเนิดของต้นเทียนพรรษาขนาดยักษ์เกิดขึ้นแห่งแรกที่นี่ ทั้งต้นเทียนแกะสลัก และติดพิมพ์ เราได้เน้นการเล่าเรื่องราวพุทธประวัติขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่านต้นเทียนทุกต้น การรำฟ้อนเพื่อแห่ขบวนเทียนที่งดงามบอกเล่าถึงวิถีชีวิตและความงดงามของวัฒนธรรมอีสานแท้จริง การจัดงานแห่เทียนพรรษาจึงถือเป็นงานเทศกาลที่เชิดชูความเป็นอัตลักษณ์ของ จ.อุบลราชธานี ได้อย่างเด่นชัดที่สุด ซึ่งจากการร่วมสรุปประเมินผลการจัดงานแห่เทียนพรรษาปีนี้ ทางจังหวัดอุบลราชธานี จะได้เร่งนำผลรายงานไปยังอนุกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นำไปสู่การตั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อสนับสนุนการจัดงานแห่เทียนของ จ.อุบลฯ ให้สูงขึ้น ในปี 2570 ต่อไป” นายอดุลย์ กล่าว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ไทยรัฐออนไลน์อ่านรายงานต้นฉบับ ↗

← อ่านข่าวอื่นในคลัง ThaiFocus